แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 24
1
ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ เคยแนะนำไว้ใน นิตยสารหมอชาวบ้าน รับรองว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญตามลำดับในบ้านของท่านผู้อ่าน ได้แก่
1. โอ่งน้ำใช้
2. ขาตู้กันมด
3. โอ่งน้ำดื่ม
4. ถังซีเมนต์ในห้องน้ำ
5. ภาชนะอื่น ๆ เช่น จานรอง กระถางต้นไม้ ไห แจกันพลูด่าง ยางรถยนต์ ที่ใส่น้ำให้สัตว์ เป็นต้น
6. โอ่งซีเมนต์ขนาดใหญ่ (โอ่งจัมโบ้)
ท่านควรจะหาเวลาสำรวจภาชนะเหล่านี้เป็นประจำ ถ้าพบว่ามีลูกน้ำก็แน่ใจได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นลูกน้ำยุงลาย
การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ครอบมุ้งเวลาลูก ๆ นอนตอนกลางวัน หรือจุดยากันยุง ฉีดพ่นยากันยุง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การกำจัดลูกน้ำยุงก่อนที่จะกลายเป็นยุงลาย เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาตรงต้นเหตุและได้ผลดีกว่า ซึ่งท่านสามารถจะดำเนินการได้ด้วยตนเอง และจะดียิ่งขึ้นถ้าท่านชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกำจัดลูกน้ำยุงลายไปพร้อมกัน

โอ่งน้ำ
สำหรับโอ่งน้ำ ควรใช้วิธีปิดฝาให้มิดชิด ปิดปากโอ่งน้ำดื่มด้วยผ้ามุ้งหรือตาข่ายไนล่อน คาดเชือกรอบปากโอ่งให้แน่น แล้วจึงปิดทับชั้นนอกด้วยฝาอะลูมิเนียม เพื่อป้องกันฝุ่นละออง การปิดปากโอ่งด้วยฝาอะลูมิเนียมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับโอ่งน้ำใช้ที่ต้องใช้น้ำอยู่เป็นประจำ ให้หุ้มฝาอะลูมิเนียมด้วยผ้ามุ้งอย่างหลวมๆ เวลาปิดฝา ชายผ้าจะกรอมลงไปกับตัวโอ่ง ช่วยป้องกันไม่ให้ยุงลายเล็ดลอดเข้าไปวางไข่ในโอ่งได้


เราควร กำจัดลูกน้ำยุงลาย อย่างไรจึงจะถูกวิธี และได้ผลจริง ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/

2
เหล่าบรรดาคุณแม่ที่รักการช๊อปปิ้งทุกท่าน หลายคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้าเด็กของคุณน้องหนู เนื่องจากปัจจุบันคุณแม่หลายๆท่านอาจเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กผ่านการช๊อปออนไลน์ ซึ่งไม่สามารถเลือกหรือสัมผัสกับเนื้อผ้าโดยตรงก่อนการตัดสินใจคลิ๊กสั่งซื้อได้ สินค้าจากบางโรงงานอาจจะมีฝุ่นผงหรือสิ่งของต่างๆ ที่ไม่สะอาดหรือมีสารเคมีแอบแฝงอยู่ตามเนื้อผ้า ดังนั้นการเลือกชนิดของเนื้อผ้า การบรรจุหีบห่อ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อเป็นการป้องกันเรื่องโรคภูมิแพ้ผิวหนังของคุณลูก

การเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก : ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็กที่ทำมาจากผ้าฝ้าย 100 % ซึ่งปราศจากสารเคมี น้ำหอม หรือสาร formaldehyde resins ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหนัง นอกจากนี้ผ้าฝ้ายยังเป็นผ้าที่ระบายอากาศได้ดีทำให้เด็กเมื่อสวมใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้เด็กไม่งอแง ไม่เป็นผื่นคัน แม้ว่าผ้าฝ้ายจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มที่จะเลือกซื้อให้เจ้าตัวน้อย

การซักเสื้อผ้าเด็ก : หลังจากซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่มาแล้วควรนำมาซักก่อนทุกครั้ง เพราะว่าเสื้อผ้าที่ซื้อมานั้นอาจจะมีเศษฝุ่นหรือสารตกค้างที่มาจากกรรมวิธี การผลิต การสัมผัสระหว่างการผลิตก่อนหน้า รวมถึงการจัดส่งที่ไม่เหมาะสมหรือแพ็คเกจฉีกขาด วิธีการซักนั้นก็ควรคัดแยกเสื้อผ้าเด็กออกมาจากเสื้อผ้าของสมาชิกคนอื่นๆภายในบ้าน และแยกผ้าอ้อมหรือผ้ากันเปื้อนออกมาซักต่างหาก ไม่ควรซักรวมกับพวกเสื้อผ้าเด็กตัวอื่นๆ เพราะผ้าพวกนี้จะเลอะปัสสาวะและมีความสกปรกมากกว่าเสื้อผ้าเด็กที่สวมใส่ทั่วไป ผงซักฟอกหรือน้ำยาที่ใช้ซักผ้าเด็กก็ไม่ควรใช้ร่วมกับของผู้ใหญ่ ควรซื้อน้ำยาซักผ้าเด็กมาโดยเฉพาะ เพราะผงซักฟอกของผู้ใหญ่ที่ใช้ทั่วไปจะมีความรุนแรงมากเกินไป ไม่เหมาะกับสภาพผิวเด็กที่มีความบอบบางเป็นพิเศษ



เคล็ดลับการดูแล เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก  ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.thaikidssong.com/category/แฟชั่นเด็ก/

3
เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวเมืองไทย ยอดนิยมแห่งหนึ่งชมสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย พร้อมชมบรรยากาศดีๆ 2 ฟากฝั่งของสะพาน..

แต่ก่อนจะเข้าถึงสะพานมอญ มารู้จักกับเมืองชายแดนอย่าง อ.สังขละบุรี กันซักหน่อย !

สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่าห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” คือ สถานที่ซึ่งลำน้ำ 3 สาย ได้แก่ ซองกะเลีย บิคลี่ และ รันตี ไหลมาบรรจบกัน เป็นที่มาของแม่น้ำแคว เมืองแห่งสายน้ำ ทัศนียภาพโดยรวมของ สังขละบุรี ถูกล้อมด้วยขุนเขา มี แม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่าไหลผ่าน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีริมแม่น้ำสองฝั่ง เชื่อมชนชาติมอญทั้งไทยและพม่าไว้ด้วยกัน แม่น้ำซองกาเลีย เป็นชื่อเรียกภาษามอญ แปลเป็นไทยว่า “ฝั่งโน้น” เป็นแม่น้ำสายที่แบ่งเขตแดน อ.สังขละบุรี ออกเป็นสองฟากฝั่งหนึ่งคือตัวอำเภอ เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ และบรรดาที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนไทยพูดภาษากลาง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวมอญ ทั้งที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปี และที่เพิ่งอพยพมาอยู่ใหม่ สังขละบุรี จึงกลายเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และมีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

สังขละบุรี ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความงามของธรรมชาติ การเดินทางไปได้ไม่ยาก อาจมีระยะทางที่เป็นโค้งบ้าง แต่ไม่ได้เยอะอะไร มีทั้งรถตู้และรถประจำทาง คอยให้บริการนักท่องเที่ยว สามารถไปเที่ยวคนเดียวได้อย่างปลอดภัยเลยค่ะ

ประวัติของสะพานมอญ

สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 900 เมตร ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สะพานมอญแห่งนี้ ! มีหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินการสร้างสะพานไม้นี้ขึ้น จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวมอญที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่ออุตตมะ โดยใช้ท่อนไม้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่ใต้เขื่อนเขาแหลมมาเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง ซึ่งสะพานมอญเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2528 จนมาแล้วเสร็จในปี 2530 และมีการซ่อมแซมปรับปรุงครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2554 สำหรับสาเหตุที่ต้องซ่อมแซมสะพาน อุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญขึ้นมาใหม่นั้น เนื่องจาก มีน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากพัดพาตอไม้ มาปะทะกับตอม่อสะพานมอญ จนทำให้ช่วงกลางสะพาน ซึ่งเป็นแนวร่องน้ำพังลงมารวมระยะทางรวมกว่า 50 เมตร และเป็นสาเหตุทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่เคยใช้สะพานมอญเป็นเส้นทางสัญจรกันประจำ ไม่สามารถเดินทางเหมือนเดิมได้ โดยช่วงที่ผ่านมา ชุมชนชาวมอญ ทหารกล้า และผู้มีจิตอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานลูกบวบ ที่มีความยาวกว่า 300 เมตร กว้าง 6 เมตร เป็นเส้นทางสัญจรสำรองให้กับชาวบ้าน ก่อนสะพานไม้แห่งนี้สร้างเสร็จ และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว สะพานลูกบวบ ก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ! ที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายเดินทางมาชมจำนวนมาก



สถานที่ ท่องเที่ยว ชมวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศของสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย !! ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.healthyhitech.net/topics/tour/

4
 แผ่นยาติดผิวหนัง (transdermal contraceptive patch) มีตัวยาสำคัญ 2 ชนิด คือ norelgestromin และ ethinyl estradiol. เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ แบบใหม่เพื่อการคุมกำเนิดของผู้หญิง แผ่นยานี้เตรียมขึ้นในระบบมาทริกซ์ ซึ่งจะปลดปล่อยตัวยาออกมาและดูดซึมผ่านผิวหนังได้สม่ำเสมอนาน 7-9 วัน. ผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างแผ่นยาติดผิวหนังกับยาเม็ดคุมกำเนิด พบว่าการใช้แผ่นยาติดผิวหนังติดต่อกัน 3 สัปดาห์มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการกินยาเม็ดคุมกำเนิด. อย่างไรก็ตามอาจจะเกิดอาการข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการระคายเคืองผิวหนังบริเวณที่ติดแผ่นยา คลื่นไส้ คัดตึงเต้านมหรือปวดศีรษะ

ปัจจุบันการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่นิยมกัน มากที่สุดคือการกินยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งในเม็ดยาประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ estrogen และprogestrogen พบว่า การกินยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นมักไม่สะดวก ต้องกินยาติดต่อกันทุกวันนาน 21 หรือ 28 วัน จึงเกิดปัญหาการลืมกินยา และเกิดการตั้งครรภ์ในอัตราที่สูง. แม้ว่ามีการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอีกหลายประการ เช่น ข้อเสียของการใช้ยาฉีดคุมกำเนิดคือการมีประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย. ส่วนการใช้ยาฝังใต้ผิวหนัง การทำหมันนั้นก่อให้เกิดความเจ็บปวดและอาจเกิดการติดเชื้อได้นักวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ได้วิจัยพัฒนาแผ่นยาคุมกำเนิดชนิดติดผิวหนัง ซึ่งสามารถลดข้อเสียที่เกิดจากการใช้ยารูปแบบอื่นๆและมีประสิทธิภาพคุมกำเนิดสูงอีกด้วย.

แผ่นยาติดผิวหนังเพื่อการคุมกำเนิด4-6

มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใสรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลม (คล้ายพลาสเตอร์ยาแต่บางกว่ามาก) ประกอบด้วยชั้นต่างๆ ภายในแผ่น polymer matrix บรรจุตัวยาสำคัญ 2 ชนิด คือ ethinyl estradiol และ norelgestromin (หรือ 17-deacetylnorgestimate) ที่มีขนาดอนุภาคเล็ก(micronize).การดูดซึมยาผ่านสู่ผิวหนังเข้าสู่ร่างกายนั้นขึ้นกับขนาด (dose) และพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับผิวหนัง ระบบการนำส่งยาดังกล่าวปลดปล่อยตัวยาค่อนข้างคงที่สม่ำเสมอ. ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มีชื่อว่า Ortho Evra ® หรือ Evra ® ซึ่งเป็นผลการวิจัยและพัฒนาของ R.W. Johnson Pharmaceutical Research Institue สหรัฐอเมริกา โดยแผ่นยานี้มีขนาดพื้นที่ 20 ตร.ซม.

แผ่นยาคุมกำเนิดชนิดติดผิวหนัง มีส่วนประกอบ 3 ชั้น คือ

ชั้น Outer protective layer เป็นแผ่นอยู่ด้านนอกบนสุด ทำจาก polyester มีหน้าที่ป้องกันการสูญเสียตัวยา.
ชั้น Medicated adhesive middle layer เป็นส่วนที่ติดกับผิวหนังและเป็นแหล่งเก็บตัวยาสำคัญ (drug reservoir).
ชั้น Clear polyester release liner เป็นส่วนที่ต้องดึงออก ก่อนที่จะติดแผ่นยาบนผิวหนัง.
คุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์และผลการทดลองทางคลินิก


เทคโนโลยี แผ่นยาติดผิวหนังเพื่อการคุมกำเนิดทางเลือกใหม่สำหรับสตรี !! ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.xn--22c0b3ah2c9bxas.net/category/healthy/

5
การดูแลรักษาชักโครก( โถสุขภัณฑ์)
ชักโครก หรือ โถสุขภัณฑ์ เครื่องสุขภัณฑ์ที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธการใช้งานได้ ดังนั้น การหมั่นคอยดูแลรักษาให้ชักโครกให้สะอาด คุณก็จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ทุกวันนี้ โถสุขภัณฑ์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มอบความสุขให้แก่ผู้ใช้ ทั้งดีไซน์ และราคาที่หลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งจะมีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่กดชำระธรรมดา หรือแบบชำระโดยอัตโนมัติ แบบกดน้ำน้อยหรือมากแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน

วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ

นอกจากจะเลือกแบบได้ตามความต้องการแล้ว ในแต่ละแบบจะมีวิธีการดูแลรักษาต่างกันเพื่อให้เราใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สละเวลาสักนิดพิชิตคราบให้ชักโครก การดูแลรักษาชักโครกนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ เพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว

วิธีการดูแลรักษา ชักโครก (โถสุขภัณฑ์)

1.หากชักโครกเป็นคราบดำ ให้ใช้แปรงชุบน้ำยาทำความสะอาดมาขัดจากนั้นแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด คราบดำก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายเลยทีเดียว

2.หากชักโครกมีคราบหินปูนฝังแน่น โดยใช้น้ำส้มสายชูประมาณ1-2 แก้วจากนั้นราดให้ทั่ว และราดให้โดนคราบให้ทั่วถึง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วขัดด้วยสก๊อตไบรท์แบบมีมือจับหรือแปรง ทำแบบนี้ไปสัก3 รอบ จะสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.หากชักโครกเป็นคราบปัสสาวะ ให้กดน้ำชักโครก ออก 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นลงไป แล้วขัดด้วยแปรง ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอีกครั้งคราบก็จะหายไป

การดูแลรักษาอ่างล้างหน้า
อ่างล้างหน้าถือเป็นจุดที่คนส่วนมากใช้กันอยู่ทุกวัน ซึ่งใช้ไปสักระยะหนึ่งก็จะเกิดคราบได้ง่าย และป็นจุดสังเกตมากที่สุด ดังนั้นหากเกิดคราบสกปรกบริเวรอ่างก็จะทำให้ไม่น่าใช้และเสียเวลาในการทำความสะอาด ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดอ่างล้างหน้าอยู่สม่ำเสมอ

วิธีการดูแลรักษาอ่างล้างหน้า

1.นำผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ถูให้ทั่วบริเวณพื้นผิวของอ่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้าอ่างมีคราบหินปูนหรือคราบสนิมเกาะ ให้ใช้แอมโมเนียผสมกับน้ำมะนาว ถูบริเวณคราบดังกล่าว ไม่นานคราบหินปูนและสนิมก็จะหลุดออก

2.การขัดอ่างบ่อยๆจะเป็นผลดีต่อเรามาก เพราะหลายคนอาจคิดว่าการใช้น้ำสะอาดล้างทุกวันหลังใช้งานจะสะอาด แต่จริงๆแล้วภายในอ่างจะมีคราบตกค้างอยู่ยิ่งนานวันยิ่งเกาะตัวกันหนาขึ้น ทำให้อ่างดูสกปรกและต้องใช้แรงขัดทำความสะอาดมากขึ้น ดังนั้นการที่เราขัดอ่างบ่อยๆอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อไม่ให้อ่างเกิดคราบหนาแน่นจนทำความสะอาดยาก การทำความสะอาดควรใช้น้ำยาผสมกับน้ำอุ่นเพื่อกำจัดเชื้อโรคในอ่างให้หมดจด

3.ปกป้องอ่างจากรอยขูดขีด เพื่อป้องกันอ่างเกิดรอยขูดขีดจนดูเก่า ให้นำแผ่นพลาสติกเจาะรูพอ ๆ กับรูท่อน้ำทิ้งของอ่าง แล้วนำไปวางติดไว้ที่อ่างล้างหน้า เพื่อลดการเสียดสีและกระแทกระหว่างพื้นอ่างและวัสดุอื่น ๆ นอกจากนี้ก็พยายามอย่าให้สารที่เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำสลัด น้ำยาทำความสะอาด ลอยตัวอยู่บนอ่างนานนัก เพราะกรดเหล่านี้อาจจะทำลายพื้นผิวของอ่างให้ผุกร่อน หลุดลอกได้



วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า + โถสุขภัณฑ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

6
หนึ่งในตัวเลือกของคนที่กำลังมองหาคอนโดในปัจจุบันอย่างแรกก็คงจะหนีไม่พ้นคอนโดที่มีจุดเด่นเรื่องการเดินทาง ยิ่งโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของคนทำงานที่อยากได้คอนโดเดินทางไปทำงานได้สะดวก ไม่ต้องขับรถไปติดอยู่บนถนนนานๆเป็นชั่วโมงๆ

จึงไม่น่าแปลกใจถ้าโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าทั้งแบบติดสถานีรถไฟฟ้าเลยและแบบที่อยู่ใกล้ในระยะเดิน จะมียอดจองและขายหมดอย่างรวดเร็ว เพราะความโดเด่นในเรื่องของทำเลที่เป็นต่อ เพราะถ้าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ก็แสดงว่าต้องอยู่ใกล้กับถนนใหญ่ด้วยเช่นกัน

แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่ว่าคอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีจุดเด่นเรื่องการเดินทางที่เห็นชัดเจนแล้วจะทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายๆ แต่ต้องมาดูองค์ประกอบในส่วนอื่นๆของโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วยว่าเราสามารถพบเจอกับสิ่งแวดล้อมรอบโครงการ หรือเงื่อนไขแบบนี้ได้หรือเปล่า

ก่อนซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า รู้หรือเปล่าว่าราคาแพง
ที่บอกว่าคอนโดติดรถไฟฟ้ามีราคาแพงนั้นพูดในแบบภาพรวมและ เทียบกันกับคอนโดมิเนียมที่อยู่ในซอยลึก ซึ่งต้องบอกก่อนว่าต้องเปรียบเทียบกันแบบทั้งตัวโครงการ แต่โดยทั่วไปแล้วคอนโดติดรถไฟฟ้ามักจะมีราคาสูงกว่าคอนโดที่อยู่ไกลออกไป บางที่อาจมีราคาแพงกว่าถึง 2 เท่า แค่เปรียบเทียบกันในย่านสถานีรถไฟฟ้าเดียวกัน คอนโดติดรถไฟฟ้าที่อยู่ปากซอยติดกับถนนใหญ่และตัวสถานี ก็มีราคาสูงกว่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่อยู่ลึกเข้าไปในซอยแล้ว ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึงเมื่อจะซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าก็คือเรื่องของราคา ถ้าความแตกต่างของระยะทางและการใช้เวลาในการเดินทางไม่ต่างกันมาก แต่โครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่อยู่ห่างออกไปสักนิดหนึ่งมีราคาถูกกว่า อาจจะพอเอาไว้ใช้ซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าห้องได้ ก็อาจจะลองพิจารณาโครงการคอนโดที่เยเข้าไปในซอยดูก็ไม่เสียหายอะไร

ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ง่ายกว่าถ้าลงทุนหรือปล่อยเช่า

แม้ว่าคอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีราคาแพงกว่าคอนโดใกล้เคียงที่มีระยะห่างจากแนวรถไฟฟ้ามากกว่าอย่างที่บอกไปในข้อแรก แต่การซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้านอกจากจะมีข้อดีเรื่องการเดินทางที่ขณะเราอาศัยอยู่เองก็ได้ความสะดวกสะบาย จะเข้าออกตอนไหนก็ไม่เปลี่ยวเพราะโครงการติดถนนใหญ่เสียเป็นส่วนมาก แถมข้อดีอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของการปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าเอาไว้ปล่อยเช่าเลย หรือจะปล่อยเช่าหลังจากที่เราขยับขยายที่อยู่หรือไปซื้อที่อื่นที่สะดวกมากกว่า คอนโดที่อยู่ติดรถไฟฟ้าก็จะปล่อยเช่าได้ง่ายกว่าคอนโดที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย และยังมีโอกาสปล่อยเช่าคอนโดได้ในราคาที่สูงกว่าอีกด้วย

ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า เตรียมรับมือกับการทำความสะอาด

ด้วยความที่คอนโดติดรถไฟฟ้าโดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ติดถนน ดังนั้นจึงมีอีกสิ่งที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการเดินทาง นั่นก็คือเจ้า ‘ฝุ่น’ นั่นเอง เพราะทั้งรถไฟฟ้าที่วิ่งไปวิ่งมาบนราง และฝุ่นละอองที่มาจากท้องถนน จะปลิวกระจายในอากาศอยู่แล้ว และอีกอย่างคอนโดที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้า ก็มักจะเป็นเหมือนปราการด่านแรกที่รับเอาฝั่นที่พัดมาจากถนนไปก่อน แล้วถึงจะไปยังคอนโดที่อยู่ลึกถัดไป ดังนั้นแม้จะบอกว่าไม่ได้เปิดหน้าต่างเอาไว้สักหน่อย ฝุ่นจะเข้าห้องได้ยังไง แต่ในระยะยาวหากอยู่ไปนานๆ รับรองว่าถ้าไม่หมั่นทำความสะอาด จะได้พบเจอกับฝุ่นหนาเป็นนิ้วอย่างแน่นอน และยังจะนำพาเรื่องของการเป็นภูมิแพ้ และส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย


หนึ่งในตัวเลือกของคนที่กำลังมองหาคอนโดจะซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า ต้องรู้อะไรบ้าง! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/คอนโดติดรถไฟฟ้า/

7
เพราะมนต์เสน่ห์ของอาหารไทยไม่เคยจางหายไป ด้วยรสชาติและรูปลักษณ์อันโดดเด่นที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมการกินของไทยได้เป็นอย่างดี จึงสามารถครองใจเหล่านักชิมทั้งชาวไทยและ

ชาวต่างชาติเสมอมา ไม่แพ้อาหารประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้เลย โดยเฉพาะตอนนี้มีร้านอาหารไทยเปิดใหม่ในหลายย่านมากขึ้น จึงขอรวบรวม 6 ร้านอาหารไทยต้นตำรับแสนอร่อยต่อไปนี้มาไว้ให้แฟน ๆ ได้ตามไปทานกัน

อรรถรส ร้านอาหารไทยโบราณต้นตำรับชาววังโดย คุณกัญจนิดา ตันติสุนทร ที่อยากแนะนำรสชาติของอาหารไทยให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มรสและสัมผัสถึงรสต้นตำรับแท้ ๆ จึงเกิดเป็นร้านนี้ขึ้นมา
ภายในร้านตกแต่งโดยเลือกใช้ของใช้ต่าง ๆ ที่สื่อถึงความเป็นไทย เช่น ชะลอม เครื่องถ้วยสังกะสี ที่ดักจับปลา ตะกร้าสาน และหมอนอิงจากผ้าขาวม้า เป็นต้น ถูกออกแแบบโดยดีไซเนอร์ทีมเดียวกับร้าน Casa Lapin ที่ล้อมด้วยกระจกใส มองทะลุเห็นด้านในร้าน ส่วนด้านนอกรายล้อมไปด้วยต้นไม้ต่าง ๆ ที่ให้ความร่มรื่น

อาหารของทางร้านส่วนใหญ่จะเป็นสูตรชาววังของ อาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ ผู้สอนอาหารชาววังที่วิทยาลัยในวังหญิง ซึ่งเคยทำถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
มาก่อนหน้านี้ด้วย และหลังจากที่ คุณกัญจนิดา ตันติสุนทร เจ้าของร้านได้ไปเรียนที่นั่น จึงนำสูตรของท่านมาใช้ที่ร้านนี้ เมนูแรกที่อยากแนะนำ เมี่ยงคำบัวหลวง (185 บาท) เมนูสูตรโบราณแบบชาววัง โดยมีน้ำเมี่ยงคำที่ทำจากมะพร้าวคั่ว หอมแดง น้ำตาลปี๊บ และกะปิ เอาไปตำแล้วเคี่ยวจนเหนียว เสิร์ฟกับเครื่องเมี่ยงคำที่จัดวางมาเป็นคำ ๆ บนใบชะพลูและกลีบบัว เหมาะจะทานรองท้องเป็นอาหารว่างระหว่างวัน สำหรับขนมหวานเป็นขนมที่คนไทยทุกคนคุ้นเคย กล้วยบวชชี-กล้วยบวชเถร (95 บาท) สองเมนูใน 1 เซ็ต ได้แก่ กล้วยบวชชีในน้ำกะทิ ใส่น้ำตาลอ้อยช่วยให้รสหวานมัน และกล้วย
บวชเถรในน้ำกะทิ ใส่น้ำตาลโตนดสูตรแบบโบราณ เป็นสองเมนูที่หาทานยาก ก่อนจะปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มที่คิดขึ้นใหม่ ไม่เหมือนใคร ลองสั่ง น้ำชื่นใจ (85 บาท) ไซรัปอุทัยทิพย์ที่ทางร้านทำเอง เสิร์ฟแบบอิตาเลียนโซดา เป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบไทยมาดัดแปลงได้อย่างลงตัว หรือจะลองสั่งอีกหนึ่งเมนู น้ำสรรพรส (95 บาท) น้ำสมุนไพรที่มีส่วนผสมของกระชายและเสาวรส เสิร์ฟเย็น ๆ ใส่น้ำแข็ง
ให้ดื่มอย่างสดชื่น ดับกระหายได้ดี

At-Ta-Rote
ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา
เปิดทุกวัน เวลา 11.30 – 22.00 น.


ห้องอาหารไทยต้นตำรับและบาร์ระดับไฮเอนด์บนชั้น 39 ของโรงแรม The Continent Bangkok พร้อมเปิดประสบการณ์อาหารไทยต้นตำรับในยุคก่อนจนถึงปัจจุบันผ่านการตกแต่งและตัวเมนู เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและชอบทานอาหารท่ามกลางวิวของตึกต่าง ๆ ในใจกลางแยกอโศก



ร้านอาหาร ไทยต้นตำรับเปิดใหม่น่าลิ้มลองที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

8
 Blackloud SOUNDBOT AF1 หูฟังรับคลื่น FM ได้ในตัว ฟังวิทยุ FM บนมือถือได้ ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

ใครที่ชอบฟังวิทยุ FM บนมือถืออาจจะเคยเจอปัญหาบ้างเวลาเน็ตหลุด หรือไม่มีเน็ต ก็ฟังไม่ได้ เพราะมือถือในยุคปัจจุบันมักไม่สามารถฟังวิทยุ FM ได้โดยไม่ต้องใช้เน็ต แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยหูฟัง Blackloud SOUNDBOT AF1 ซึ่งเป็นหูฟังที่สามารถรับคลื่น FM ได้ในตัวนั่นเอง


          Blackloud SOUNDBOT AF1 จะมีตัวรับคลื่น FM ที่ตัวรีโมต โดยใช้สายหูฟังแทนเสารับสัญญาณ เมื่อเสียบเข้ากับมือถือแล้วจะสามารถฟังวิทยุ FM ได้ทันที ด้วยการเปิดฟังผ่านแอปฯ ของตัวหูฟัง ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถฟังได้



          Blackloud SOUNDBOT AF1 เป็นหูฟังแบบพอร์ต Lightning สามารถใช้กับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ ได้ ส่วนหูฟังพอร์ต USB-C สำหรับ Android จะนั้นมีผลิตออกมาทีหลังในปี 2562 โดยมีราคาอยู่ที่ $79.89 หรือประมาณ 2,600 บาท


Blackloud SOUNDBOT AF1 หูฟังรับคลื่น FM ได้ ฟังบน มือถือ ไม่ต้องใช้เน็ต ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

9
เนื่องจากแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ แมวจึงจำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์และหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตที่แมวไม่สามารถย่อยได้[1] การเลี้ยงแมวโดยให้อาหารแบบผิดๆ นั้นจะทำให้แมวมีปัญหาสุขภาพและทำให้แมวอายุสั้นลง การทำอาหารให้แมวเองเป็นวิธีที่ดีที่จะมอบโปรตีนที่แมวต้องการ และก็ยังเป็นงานอดิเรกสนุกๆ ด้วย สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้คือสารอาหารที่จำเป็นต่อแมวและการทำอาหารแบบต่างๆ ที่จะทำให้แมวได้รับสารอาหารดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้



1.ทำความคุ้นเคยกับสารอาหารที่แมวต้องการ. สารอาหารที่แมวต้องการนั้นแตกต่างกับมนุษย์อย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเอาใจใส่และวางแผนเกี่ยวกับอาหารของแมว แมวต้องการอาหารที่มีโปรตีนและไขมันสูง ในความเป็นจริงแล้วแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสุนัขถึงสองเท่า
แมวต้องการเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องใน และกระดูก ถึง 85 เปอร์เซนต์และต้องการผัก สมุนไพร และไฟเบอร์หยาบๆ เพียงแค่ 15 เปอร์เซนต์เท่านั้นในการกินอาหาร


2. ระบุสัดส่วนของอาหารที่ดีต่อสุขภาพของแมว. อาหารที่ดีต่อสุขภาพของแมวนั้นมีดังต่อไปนี้[4] น้ำสะอาด (มีตั้งไว้ตลอดเวลาและแมวสามารถเข้าถึงได้ง่าย) โปรตีน (แมวส่วนใหญ่จะไม่กินอาหารที่มีโปรตีนน้อยกว่า 20 เปอร์เซนต์) ไขมัน (แมวต้องการไขมันเพื่อเป็นพลังงาน เพื่อกรดไขมันที่จำเป็น เพื่อสำหรับวิตามินที่ละลายในไขมัน และเพื่อเป็นรสชาติ) วิตามินเอ (แมวต้องการวิตามินชนิดนี้ในปริมาณมาก มันจะอยู่ในตับ ไข่ และนม แต่อาหารเหล่านี้ควรให้แมวทานด้วยความระมัดระวัง) วิตามินบี (แมวต้องการวิตามินบีและจะกินบริเวอร์ยีสต์ทันทีถ้ามีสัญญาณถึงการขาดวิตามินบี เช่น รู้สึกไม่อยากอาหารเป็นเวลา 2-3 วันหรือเป็นไข้) วิตามินอี (วิตามินอีนั้นจำเป็นต่อการแตกตัวของไขมันที่ไม่อิ่มตัวในอาหารแมว) และแคลเซียม (นี่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างและรักษาสุขภาพกระดูกของแมว)
ทอรีน (Taurine) เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อแมว ปกติแล้วจะอยู่ในอาหารแมวที่ขายทั่วไป (ทั้งอาหารเปียกและแห้ง) จะมีปริมาณทอรีนที่เหมาะสม แต่หากคุณให้แมวกินอาหารแมวทำเองหรืออาหารมังสวิรัติ แมวของคุณอาจจะมีความเสี่ยงที่จะขาดทอรีน การขาดทอรีนในแมวนั้นจะทำให้แมวจอประสาทตาเสื่อมและจะเป็นสาเหตุให้แมวตาบอดถาวร รวมถึงหัวใจล้มเหลว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าการเพิ่มทอรีนไปในอาหารของแมวจึงสำคัญ


วิธีการ ทำ อาหารแมว ให้แมว ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

10
นกคอกคาทีล (cockatiel) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "นกค๊อกคาเทล" นั้นเป็นนกที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรเลีย คนนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่จริงๆ ก็เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักได้เหมือนกัน เรามีเคล็ดลับดีๆ จะมาบอก ว่าต้องทำยังไงนกน้อยของคุณจะมีความสุข สุขภาพดี

หาบ้านให้นกคอกคาทีล

1. เลือกกรงให้พอดี. ต้องเลือกกรงที่มีขนาดพอเหมาะกับนกคอกคาทีลของคุณ กรงต้องใหญ่พอที่ถึงจะมีนกตัวอื่นหรือสิ่งของอื่นๆ อยู่ในกรงด้วย นกคอกคาทีลก็ยังสามารถสยายปีกได้เต็มที่ ยิ่งกรงเล็กเท่าไหร่ ก็ต้องปล่อยนกออกมาข้างนอกบ่อยๆ จะได้ออกกำลังกายให้เพียงพอ และฝึกสมองไม่ให้เฉาซะก่อน
เลือกกรงที่คุณทำความสะอาดง่ายๆ บอกเลยว่านกขับถ่ายทุก 10 - 15 นาทีกันเลยทีเดียว
มือของคุณต้องล้วงเข้าไปในกรงได้แบบสบายๆ
ย้ำอีกทีว่านกคอกคาทีลของคุณต้องมีพื้นที่ในกรงพอให้กางปีกได้เต็มที่


2. มีคอนเกาะด้วย. ในกรงต้องมีคอนเกาะหลายๆ อันให้นกคอกคาทีลได้กระโดดหรือเดินเล่นตามใจ จะดีไปกว่านั้นถ้านกคอกคาทีลสามารถโผจากคอนหนึ่งไปยังอีกคอนได้ ถ้าเป็นคอนไม้ธรรมชาติหรือคอนเชือกจะดีที่สุด
อย่าติดคอนแบบซ้อนกันขึ้นไปข้างบน เพราะนกคอกคาทีลบินแนวดิ่งแบบชันๆ ไม่ได้
ใช้คอนทำเป็นขั้นหรือแพลตฟอร์มจะได้ไม่ชันเกินไป
อย่าใช้คอนแบบคอนกรีต เพราะแข็งเกินไปสำหรับเท้านก
ไม้ที่ใช้ทำคอนต้องปลอดภัยสำหรับนก อย่างพวกยูคาลิปตัส เป็นต้น
คอนแบบเดือยหรือคอนพลาสติกจะทำให้เท้านกมีปัญหาได้ เพราะขาดการออกกำลังกาย
อย่าใช้คอนหรือของเล่นที่ทำจากไม้ตระกูลพรุน (Prunus) หรือต้นโอ๊ค เพราะเป็นอันตรายกับนกคอกคาทีล


วิธีการ เลี้ยง นก คอกคาทีลให้มีความสุข ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

11
ปัจจุบันเราจะพบแหล่งน้ำที่เน่าสกปรกอยู่ทั่วไป น้ำลักษณะเช่นนี้ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคและบริโภคได้ ทั้งก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายและความเสียหายอย่างมหาศาลต่อการประมง การเกษตร การสาธารณสุข ประการสำคัญคือ

ทำให้ระบบนิเวศธรรมชาติถูกทำลาย หรือเสื่อมคุณภาพจนไม่เหมาะที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ ทำให้เกิดการตายของสัตว์และพืชน้ำเป็นจำนวนมากทำให้แหล่งน้ำเกิดการเน่าและขาดออกซิเจนที่ละลายน้ำ แหล่งน้ำที่มีสารพิษพวกยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืชสะสมอยู่มาก รวมทั้งแหล่งน้ำที่มีคราบน้ำมันปกคลุม และ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ปล่อยสารพิษ และความร้อนลงสู่แหล่งน้ำ หากน้ำดื่มน้ำใช้มีสารพิษ และเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคปะปนมาจะก่อให้เกิดโรคนานาชนิดกับมนุษย์และสัตว์ น้ำที่เสื่อมคุณภาพหากนำมาผ่านกระบวนการกำจัดของเสียออก เพื่อให้ได้น้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคและสารพิษ จะเป็นเหตุให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากร สิ้นเปลืองเงินในการจัดการเพื่อผลิตน้ำที่ได้คุณภาพเป็นจำนวนที่สูงมาก เนื่องจากมลพิษทางน้ำก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมนานาประการขึ้นกับระบบนิเวศธรรมชาติ แหล่งเกษตรกรรม แหล่งประมง และแหล่งชุมชน ดังนั้นจึงควรหาแนวทางป้องกันการเน่าเสียของน้ำ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการแก้ไขน้ำเน่า ให้กลับมาเป็นน้ำที่ดีมีคุณภาพ

ผลกระทบน้ำเสียมีดังต่อไปนี้ คือน้ำจะมีสีและกลิ่นที่น่ารังเกียจ น้ำเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งของเชื้อโรคต่างๆ สู่มนุษย์ สัตว์ และพืช อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งมลพิษทางน้ำจะส่งผลให้มีการทำลายทัศนียภาพในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวด้วย

สิ่งที่น่าวิตกคือ แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุด คือ มหาสมุทรและทะเลนั้น ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งสะสมสารมลพิษทางน้ำเกือบทุกชนิด หากเกิดการสะสมมากขึ้นเป็นลำดับ มนุษย์จะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน และในอนาคต

วิธีหนึ่งในการควบคุมการเกิดมลภาวะทางน้ำ ก็คือการไม่ผลิตสารมลพิษทางน้ำ หรือผลิตให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้หากเกิดมลพิษทางน้ำขึ้นแล้วจะต้องมีการกำจัดมลพิษในน้ำให้เหลือน้อยที่สุดการกำจัด
น้ำเสียทำได้หลายวิธี ดังนี้

1. การกำจัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ (self purification)

ในน้ำจะมีจุลินทรีย์โดยเฉพาะแบคทีเรีย ชนิดที่ใช้ออกซิเจน ทำหน้าที่กำจัดสารมลพิษในน้ำเสียอยู่แล้วโดยธรรมชาติ การย่อยสลายสารมลพิษที่เป็นสารอินทรีย์โดยแบคทีเรียทำให้ลดการเน่าเสียของน้ำ หากมีการควบคุมจำนวนแบคทีเรียให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป จนทำให้เกิดการขาดแคลนออกซิเจน หรือ
ไม่น้อยจนเกินไป จนเกิดการย่อยสลายไม่ทัน นอกจากนั้นยังต้องควบคุมปริมาณออกซิเจนในน้ำให้มีมากพอ
โดยจัดการให้อากาศในน้ำมีการหมุนเวียนตลอดเวลา เช่น จัดตั้งเครื่องตีน้ำ หรือการพ่นอากาศลงในน้ำเป็นต้น

2. การทำให้เจือจาง (dilution)

วิธีนี้เป็นการทำให้ของเสียหรือสารมลพิษเจือจางลงด้วยน้ำจำนวนมากพอ เช่นการระบายน้ำเสีย ลงแม่น้ำ ทะเล วิธีนี้ต้องคำนึงถึงปริมาณของเสียที่แหล่งน้ำจะสามารถรับไว้ได้ด้วย นั่นคือจะต้องขึ้นอยู่กับปริมาตรของน้ำ ที่จะใช้ ในการเจือจาง และขึ้นกับอัตราการไหลของน้ำในแหล่งนี้ วิธีนี้จึงต้องใช้พื้นที่มาก ปริมาตรมาก จึงจะทำให้เกิดความเจือจางขึ้นได้ ตามมาตรฐานสากลนั้นน้ำสะอาด ควรมีค่าบีโอดี 2 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงใช้เป็นน้ำดื่มได้ หากค่าบีโอดีมากกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือได้ว่าน้ำนั้นมีโอกาสเน่าเสียได้ ส่วนน้ำทิ้งจากแหล่งชุมชน และแหล่งอุตสาหกรรมมีค่าสารแขวนลอย 30 มิลลิกรัมต่อลิตรและค่าบีโอดี 20 มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้นน้ำทิ้งเมื่อถูกเจือจางด้วยน้ำเสียจากแม่น้ำหรือทะเล 8 เท่าตัว จะทำให้ค่าบีโอดีไม่เกิน 4 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงไม่มีความเน่าเสีย

3. การทำให้กลับสู่สภาพดี แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (recycle)

วิธีนี้เป็นการทำน้ำเสียให้กลับมาเป็นน้ำดี เพื่อนำมาใช้ต่อไปได้อีก มักกระทำในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งจะมีผลดีเกิดขึ้น คือลดปริมาณของเสียที่ปล่อยออกจากโรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต เนื่องจากนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้อีก น้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่นี้อาจมีคุณสมบัติด้อยกว่าน้ำที่ใช้ครั้งแรกดังนั้นจึงนำไปใช้เป็นน้ำทำความสะอาด รดต้นไม้ เป็นต้น

4. การควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ



บำบัดน้ำเสีย ผลกระทบที่เป็นอันตรายและความเสียหายของน้ำเสีย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

12
การจัดฟัน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ผิดรูปร่าง ซึ่งเพียงแค่ จัดฟัน ให้เรียงตัวอยู่ในตำแหน่งปกติ ก็ช่วยใบหน้าดูดีขึ้นได้

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีหน้าเรียวขึ้น การจัดฟัน จะช่วยปรับรูปลักษณ์โครงหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ การจัดฟัน จึงเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป เพราะนอกจากช่วยปรับรูปหน้าให้ดูดีได้แล้ว ยังส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีที่มาพร้อมรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ แต่ก่อนอื่น ผู้ที่ต้องการ จัดฟัน จะต้องศึกษาและเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดฟัน รวมถึงวิธีดูแลตัวเองในระหว่าง จัดฟัน อย่างถูกต้องเสียก่อน โดยศึกษาได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้

การจัดฟัน คือ อะไร?
การจัดฟัน เป็นวิธีช่วยแก้ไขฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติไม่สมดุลให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันที่เลื่อนไป โดยการใช้จากเครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่ ทำให้โครงสร้างกระดูกเปลี่ยนไป แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ซึ่งโดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน

ทำไมต้องจัดฟัน?
เนื่องจากแต่ละคนมีการจัดเรียงตัวของฟันที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับขนาด รูปร่าง และความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกร และปัจจัยอื่น ๆ ทั้งสิ้น


จัดฟัน การตัดสินใจจัดฟัน และวิธีปฏิบัติในระหว่างจัดฟันอย่างถูกต้อง ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟัน/

13
นกกรงหัวจุก นกตัวน้อย ปราดเปรียว เสียงไพเราะ หลายคนตั้งฉายามันคือ "นักรบราวเหล็ก" นั่นก็คือ เวลานำกรงขึ้นราวเหล็กในสนามแข่งขันการประกวดเสียงนกร้อง นักรบตัวน้อยน่ารักเสียงใสจะคึกคักปราดเปรียวมีความหึกเหิมที่จะเข้าต่อสู้พันตูกับนกกรงอื่น ๆ นักรบตัวน้อยจะส่งเสียงร้องก้องกังวานเข้าต่อกรกับนกกรงข้าง ๆ ประหนึ่งใช้เสียงเข้าข่มขวัญ ฝ่ายนกคู่ต่อสู้กรงข้าง ๆ ก็จะส่งเสียงร้องก้องกังวานโต้ตอบเช่นกัน เป็นการใช้เสียงเข้าต่อกร เพราะไม่มีทางที่จะจิกตีให้รู้แพ้รู้ชนะกันได้แน่นอน นกเก่งๆ หลายตัวพอขึ้นราวเหล็กในสนามแข่งขัน เพียงแค่ส่งเสียงร้องก้องกังวานที่ไพเราะ ก็เล่นเอาไม่มีใครอยากจะให้นกของตนเองไปอยู่ข้าง ๆ ซะแล้ว และนี่ก็เป็นที่มาของ "นักรบราวเหล็ก" การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเพื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน การประกวดเสียงร้องของนก ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ๆ

          คุณนิพนธ์ สีลาเนียม หรือ นวย จอมบึง กรรมการบริหารสมาพันธุ์ผู้เพาะเลี้ยงนกกรงหัวจุก ภูธรภาค 7 แห่งอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า นกกรงหัวจุกนี้เริ่มเลี้ยงกันในจังหวัดภาคใต้มาก่อน มีการแข่งขันประกวดเสียงร้องของนกมานานหลาย 10 ปีแล้ว ได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันความนิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกแพร่หลายไปทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

          คุณนิพนธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า นกกรงหัวจุกยังถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าสงวนฯ ถ้าถามว่า มีไว้ในครอบครองจะผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ายังผิดกฎหมายอยู่ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้ามาจดทะเบียนนกเลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ เพาะขยายพันธุ์ และเพื่อการประกวดเสียงร้อง เป็นนกเลี้ยงตามบ้านทั่วๆ ไป ไม่ได้ไปจับมาจากป่า เลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ จึงสามารถเพาะเลี้ยงกันได้เช่นในทุกวันนี้

          นกกรงหัวจุก ที่นิยมมาเลี้ยงกันนั้น คุณนิพนธ์ บอกว่า สายพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นนกมาจากภาคใต้ ลักษณะของนกที่นิยมเลี้ยงต้องแก้มแดง หงอนสูงโค้ง ก้นแดง ร้องเสียงไพเราะ ซึ่งในกลุ่มเดียวกันนี้ก็มีนกปรอดบ้านไม่มีจุก นกปรอดบ้านหน้าขาว และนกปรอดบ้านหน้ามอมจุกดำ ไม่นิยมเลี้ยงเพื่อการแข่งขันเสียงร้อง เพราะร้องน้ำเสียงไม่ไพเราะ

          นกกรงหัวจุกแต่ละถิ่นผู้เพาะเลี้ยงนกที่ช่างสังเกตและศึกษาเรียนรู้จริง ๆ จัง ๆ แล้วจะทราบดีว่ามีลักษณะรูปพรรณสัณฐานแตกต่างกัน แต่ก็ไม่มากนัก แตกต่างในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น คนที่ไม่ใช่นักเลี้ยงนกกรงหัวจุกจริงๆ อาจจะไม่ทราบข้อแตกต่างก็ได้ อย่างเช่น นกกรงหัวจุกจากสวนผึ้ง ราชบุรี ก็มีความแตกต่างจากนกภาคใต้ น้ำเสียงลีลาการร้องก็แตกต่างออกไป ปัจจุบัน นกจากสวนผึ้งได้รับความนิยม จัดอยู่ในชั้นแนวหน้าของนกเสียงไพเราะก็ได้

          "นกจากใต้ประเภทเสียงทองจะร้องเสียงใหญ่ห้าว บางตัวร้องได้ถึง 6-7 พยางค์ การฟังเสียงร้องของนกนั้น นับจากคำร้อง ถ้าร้อง 1 ครั้ง นับเป็น 1 พยางค์ เช่น นกร้อง จก ควิก ควิก แบบนี้ 3 พยางค์ ร้อง จก ควิก ควิก ไขว ยอ ลิ เหลี่ยว อย่างนี้ 7 พยางค์ แต่นกส่วนใหญ่จะร้อง 3 พยางค์ เช่น จก ควิก ควิก หรือ ควิก จก ควิก นกประกวดเสียงร้องมักจะร้อง 4-5-6 พยางค์ การร้องแต่ละพยางค์ของนกนั้น เขาเรียกว่า "แม่ไม้เพลงนก" ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้องเข้าใจและฟังเสียงร้องของนกได้"

          คุณนิพนธ์ กล่าวและว่า สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นประเภทมือใหม่สมัครเล่นนั้น ก่อนจะไปซื้อนกมาเลี้ยงขอให้ปรึกษาคนที่มีความรู้ กำลังเลี้ยงนกอยู่ในขณะนี้ หรือจะไปซื้อนกตามสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกทั่ว ๆ ไปก็ได้ การซื้อนกไม่จำเป็นต้องซื้อนกที่สวยงามถูกต้องตามองค์ประกอบทั้งหมด ทุกวันนี้เราเลี้ยงนกก็เพื่อฟังเสียงร้องที่ไพเราะ เลี้ยงเพื่อการประกวดเสียงร้องของนก เวลานำนกไปแข่งขันตามสนามต่าง ๆ เมื่อนกขึ้นราวเหล็กในสนาม นกจะต้องร้องอย่างเดียวเท่านั้น กรรมการจึงจะตัดสินให้คะแนนเสียงร้องของนก ไม่ได้ดูว่านกตัวนั้นจะสวยหรือไม่สวยขนาดไหน และเสียงร้องของนกต้องร้อง 3 พยางค์ ขึ้นไป จึงจะซื้อได้

          "ขอให้ท่านซื้อนกจากคนที่เราอยากซื้อ แต่อย่าซื้อนกจากคนที่เขาอยากขาย"

          คุณนิพนธ์ บอกว่า นกที่เขาอยากขายก็หมายความว่า นกตัวนั้นไม่สู้บนราวเหล็ก หรือร้องไม่เพราะ เขาจึงอยากขาย นกต้องมีข้อบกพร่อง เจ้าของจึงอยากขาย แต่กับนกที่เราอยากซื้อก็เพราะเราเห็นว่านกตัวนั้นดี มีน้ำเสียงไพเราะก้องกังวาน หรือคนที่เลี้ยงนกอยู่เขาเลี้ยงเพื่อส่งนกเข้าประกวด กรณีมือใหม่สมัครเล่นถ้าคนขายให้คำปรึกษาได้ดี เลี้ยงนกเพื่อการแข่งขันประกวดเสียงจริงๆ จะมีความน่าเชื่อถือ ถ้ามีโอกาสเลือกนกได้ถึงแม้ราคาแพง หากสู้ราคาได้ก็ควรซื้อ ดีกว่าเลี้ยงนกที่ไม่มีอนาคตในการลงสนามแข่งขัน เปลืองค่าอาหารเปล่าๆ



แนะเลี้ยง นกกรงหัวจุก ให้เป็นนักรบราวเหล็ก ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

14
“รักนะทาส”…คำนี้คงไม่มี แมว ตัวไหนเดินมาบอกตรงๆ หรอกใช่ไหมคะ ว่าแต่… เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเจ้าเหมียวที่เราเลี้ยงน่ะ เขารักเราจริง แม้เขาจะพูดคำว่ารักไม่ได้ แต่เขาสามารถแสดงความรักผ่านท่าทาง หรือ พฤติกรรม ให้เรารู้ได้นะ เราไปถอดรหัสความรักกันเลยดีกว่าค่ะ

ใครที่บอกว่า แมว ไม่รักเจ้าของไม่จริงหรอกค่ะ เจ้าเหมียวก็มีหัวใจ มีความรักเหมือนกับมนุษย์ เพียงแต่ว่าเขาพูดไม่ได้เท่านั้นเอง เลยต้องแสดงความรักในรูปแบบอื่นแทน โดยใช้ภาษากายสำหรับการสื่อสาร ซึ่งในบางพฤติกรรมทาสแมวอย่างเราอาจจะเห็นเป็นเรื่องปกติ หรืออาจจะมองว่าเป็นพฤติกรรมแปลกๆ โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าเหมียวกำลังบอกรักพวกคุณอยู่ค่ะ

1.ของกำนัลทรงคุณค่า

เมื่อผันตัวมาเป็นทาสแมว บางคนอาจจะเคยได้รับของกำนันสุดประหลาดที่อาจทำให้ทาสอย่างเราปวดหัว หรือขวัญผวาไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น นก หนู แมลงสาบ ที่มาในคราบร่างไร้วิญญาณ หรือที่ยังดิ้นดุ๊กดิ๊ก

เนื่องจากแมวมีสัญชาตญาณของความเป็นนักล่าสูง ถ้าเขาคาบเหยื่อมาให้ละก็ อย่าเพิ่งไปดุเขานะคะ ที่เขาเอาซากเหล่านั้นมาฝากก็เพราะพยายามที่จะโชว์ทักษะการล่า เพื่อให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเขา หรือเป็นการบอกรักคุณนั่นเองค่ะ

2.ร้องเหมียวๆ เดี๋ยว(ทาส)ก็มา

แมวสื่อสารกันโดยใช้กลิ่น และท่าทางเป็นส่วนใหญ่ค่ะ การร้องเหมียวๆ นั้นจะร้องเมื่อตอนเป็นลูกแมว เพื่อสื่อสาร หรือเรียกแม่แมวเท่านั้น แต่หากเป็นแมวโตแล้วมาร้องเหมียวๆ ใส่เรา แสดงว่าเขาต้องการที่จะสื่อสารกับเรา ไม่ได้บ่นแต่อย่างใด เพียงแค่อยากจะอ้อนให้คุณมาสนใจบ้างก็เท่านั้น

3.แมวเธอพันธุ์อะไร? แต่แมวเราพันแข้งพันขานะ

การเดินคลอเคลีย พันแข้งพันขา หรือนัวเนียที่เท้าไม่ยอมให้ไปไหน เป็นการแสดงออกว่า พวกมันอยากอยู่ใกล้ๆ คุณตลอดเวลา ถ้าพวกมันเผลอทำให้คุณเดินสะดุด อย่าเผลอไปโกรธพวกมันล่ะ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้สื่อถึงการชอบ หรือติดเจ้าของมากๆ นั่นเอง การที่เขาเอาตัวและคาง ซึ่งมีต่อมสำหรับปล่อยกลิ่นมาถูไถ นัวเนียกับร่างกายของเรา ก็เพื่อต้องการให้ตัวเรามีกลิ่นของเขาติดอยู่ เหมือนการสร้างตราประทับว่านี่แหละทาสแมวนะ

4.จ้องเขม็ง!!!

เคยไหมคะ เวลานั่งทำอะไรอยู่สักอย่าง แต่รู้สึกว่ามีสายตาจากความมืดจับจ้องมาอย่างน่าขนลุก ซึ่งไม่มีท่าทีว่าจะเลิกจ้องเลย! ไม่ต้องตกใจว่าจะเป็นการวางแผนยึดครองบ้านนะคะ เพราะถ้าไม่รักจริง พวกมันจะไม่ยอมสบตาตรงๆ เด็ดขาดเลยค่ะ ก็แค่อยากจะจ้องมองเพื่อยืนยันว่าทาสยังสบายดีอยู่ไหม เหมียวแค่เป็นห่วงนะ

5.นอนผึ่งพุง

ความจริงแล้วพุงถือเป็นอาณาเขตหวงห้ามของเขา เพราะส่วนท้องเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกาย จะเรียกว่าเป็นจุดอ่อนของเหมียวเลยก็ว่าได้ค่ะ และการที่เขายอมนอนหงายท้อง ผึ่งพุงต่อหน้าเรา เขาจะทำก็ต่อเมื่อรู้สึกปลอดภัย หรือรู้สึกว่าคนที่อยู่บริเวณนั้นไว้ใจได้

6.ขบกัดเบาๆ

เวลาที่ทาสแมวกำลังเกา ลูบท้อง ลูบคาง ให้เมื่อไร พอเผลอปุ๊บเจ้าเหมียวก็จะเอามือเรามากัดเล่น โอ้ยยยยย เจ็บจี๊ดๆ แต่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ที่พวกเขาชอบกัดเล่นแบบนี้เป็นเพราะสัญชาตญาณตอนเป็นลูกแมว หากใครเลี้ยงหลายตัวก็มักจะเห็นว่าลูกแมวหยอกล้อกันแบบนี้เป็นประจำ แม้บางครั้งจะกัดแรงไปหน่อย แต่ยังไงเขาก็แค่อยากเล่น




พฤติกรรมของเจ้าแมวเหมียวที่บ่งบอกว่าเขารักคุณ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/แมว/

15
หนวดแมว ไม่เพียงแค่ช่วยทำให้แมวดูน่ารักขึ้น แต่เปรียบเสมือนตัวรับความรู้สึก เป็นเรดาห์ในการตรวจจับสิ่งเคลื่อนไหวรอบตัว และยังสามารถคำนวณความกว้าง-ยาวของช่อง หรือรูที่จะลอดผ่านได้ด้วย

• หากเจ้าเหมียวไร้ซึ่งหนวด ก็เหมือนชีวิตพิการไปชั่วครู่ สูญเสียตัวรับความรู้สึก เดินลำบาก ตอบสนองช้าต่อสิ่งรอบข้างช้า และหาอาหารยากขึ้น

หลายคนที่เลี้ยงแมวคงอาจจะเคยลองตัด หนวดแมว มาบ้างตามความเชื่อของแต่ละคน แต่รู้หรือไม่ว่าการตัดหนวดแมวนั้นเป็นการทรมานแมวอย่างหนึ่งเลยล่ะค่ะ เพราะจะทำให้แมวหมดความมั่นใจ ใช้ชีวิตได้ไม่ปกติเช่นเดิม เหมือนเป็นการทำให้แมวตัวน้อยพิการไปชั่วคราวได้เลย

ว่ากันด้วยเรื่องของหนวดแมว เส้นหนวดแข็งๆ เหล่านั้นเรียกว่า Vibrissae หรือ Tactile hairs ก็คือ “ขน” ซึ่งมีหน้าที่ในการสัมผัสและให้ความรู้สึก ขนเหล่านี้จะมีความหนา แข็งแรง กว่าขนส่วนอื่น และหนวดที่เห็นก็ไม่ได้มีเพียงแค่บริเวณแถบริมฝีปากเท่านั้น แต่ยังมีที่อื่นอีกด้วย คือ ขนแข็งที่อยู่เหนือตา (คิ้วของแมว) และ ข้างกระพุ้งแก้มไปทางด้านหลัง กับเส้นสั้นๆ หนาๆ ที่อยู่ด้านหลังของขาหน้า หนวดพวกนี้จะมีความหนาประมาณ 2 เท่าของขนแมวธรรมดา

หากเพื่อนๆ ที่เลี้ยงแมวเคยสังเกตกันล่ะก็ ไม่ว่าแมวจะอยู่ในอิริยาบถใด ก็จะมีการปรับระดับ และตำแหน่งของหนวดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราพยายามจะแตะหนวด เวลาไล่จับหนู แมลง หรือกำลังไล่ล่าสิ่งที่คิดว่าเป็นเหยื่อ แมวน้อยก็จะทำตาโต นั่งยองๆ พร้อมกับขยับหนวดพุ่งไปด้านหน้าเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของเหยื่อ เปรียบเสมือนเรดาห์ตรวจจับสิ่งเคลื่อนไหวรอบตัวเลยก็ว่าได้

ซึ่งรวมไปถึงเวลาที่แมวตกอยู่ในสถานการณ์อยากรู้อยากเห็น หรือจดจ้องกับอะไรบางอย่างอยู่ และในทางตรงกันข้ามเวลาที่แมวอยู่เฉยๆ หนวดของแมวก็จะอยู่ในรูปแบบปกติ ส่วนเวลาที่ดมอาหารก็จะขยับหนวดไปด้านหลัง เพื่อให้สูดกลิ่นหอมของอาหารได้เต็มที่ค่ะ

ส่วนสาเหตุที่หนวดแมวสามารถปรับตำแหน่ง หรือขยับได้นั่นก็เป็นเพราะว่า หนวดแมวเปรียบเสมือนอีกหนึ่งอวัยวะของร่างกาย สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ผ่านทางหนวด หนวดของแมวจะเชื่อมติดกับเนื้อเยื่อที่มีปลายประสาทมากมาย เรียกว่า ตัวรับความรู้สึก (sensory receptor) ด้วยรากขนที่มีความลึกลงไปกว่าสามเท่า รายล้อมไปด้วยเส้นประสาทและหลอดเลือด ทำให้แมวสามารถรับความรู้สึก แรงสั่นสะเทือน คลื่นไฟฟ้า หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวที่เบาที่สุดในอากาศ พูดง่ายๆ ก็คือ แมวสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องหันไปมอง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวแมวเมื่ออยู่ในความมืด เป็นเหมือนตาที่สองของแมวเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้ หนวดแมวยังใช้นำทางเวลาที่แมวผ่านเข้าช่อง หรือรูในที่แคบๆ ได้อีกด้วย เพราะหนวดแมวสามารถวัด หรือกะขนาดของความกว้างระหว่างช่องที่จะผ่าน เพื่อเทียบกับขนาดลำตัวของมันเอง เมื่อในระยะของหัวและหนวดผ่านช่องได้ นั่นก็แปลว่าตัวแมวนั้นสามารถผ่านไปได้เช่นกัน ที่จริงแล้วขนาดความกว้างของหนวดจะเท่ากับขนาดความกว้างของขนาดลำตัวแมว จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแมวเปอร์เซียถึงได้มีหนวดที่ยาวมาก ซึ่งเป็นเพราะขนที่ฟูฟ่องนั้นเอง

หากเจ้าเหมียวสูญเสียหนวดไปจะเกิดอะไรขึ้น!! ไม่ว่าจะเกิดจากความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ ทันทีที่น้องแมวเสียหนวดไป ก็เหมือนกับแมวสูญเสียตัวรับความรู้สึกไปด้วย ทำให้หาอาหารได้ยากขึ้น ไม่รู้ว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน เดินทางลำบากขึ้น การคำนวณพื้นที่แคบกว้าง หรือช่องที่ต้องเดินผ่านนั้นก็เป็นไปได้ยากเช่นกัน การตอบสนองช้าลง อาจทำให้น้องแมวเดินชนสิ่งของรอบตัวได้




“หนวด แมว” นั้นสำคัญไฉน?  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

หน้า: [1] 2 3 ... 24