แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1


DITP เดินหน้าขยายมูลค่าส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์
เตรียมจัด STYLE Bangkok เมษายน
ต้อนรับบายเออร์จากกว่า70ประเทศ
บินตรงซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์-งานดีไซน์อัตลักษณ์ไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงความพร้อมการจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับแถวหน้าของเอเชียหรือSTYLE Bangkok เดือนเมษายน พร้อมดันผู้ผลิต ผู้ส่งออกและดีไซเนอร์กลุ่มไลฟ์สไตล์ จัดแสดงสินค้ากว่า 1,600 คูหา ครอบคลุมพื้นที่ 41,000 ตารางเมตร ของไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562
งานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ ได้รับเกียรติจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางวรรณภรณ์ เกตุทัต เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมสมาพันธ์และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่งภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในรูปแบบนิทรรศการและแฟชั่นโชว์แสนประทับใจจากความร่วมมือของนิตยสารชื่อดังระดับนานาชาติโว้กประเทศไทย



รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 เป็นการรวมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญ 3 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง หรือ BIFF & BIL งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้านหรือBIG+BIHและงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์หรือ TIFF สามงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดต่อเนื่องยาวนาน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มไลฟ์สไตล์ของโลกและตอบรับกับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงเพื่อตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลดระยะเวลาและภาระต่างๆ ในการเดินทางเพื่อสั่งซื้อสินค้า

“การรวมงานแสดงสินค้าทั้ง 3 งานเข้าด้วยกัน จึงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อให้สามารถพบสินค้าที่หลากหลายและครบครันภายในงานเดียวสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าปลีก, Concept Store, ตัวแทนจัดซื้อ นักออกแบบ, มัณฑนากร, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ห้างสรรพสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าของผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้พบผู้ซื้อ-คู่ค้า ที่หลากหลายยิ่งขึ้น”

นางวรรณภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายนจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์Crenovative Origin เพื่อสะท้อนแนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์ไทย (Original) เข้าไว้ด้วยกันโดยชูจุดเด่นของสินค้าไลฟ์สไตล์ของผู้ประกอบการไทยที่มีการต่อยอด พัฒนาผลงานอย่างสร้างสรรค์ ผสานนวัตกรรมนำสมัย เพื่อยกระดับพื้นฐานวิถีไทยสู่เวทีการค้าโลก

งานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และ CLMV ทั้งสิ้น 876 บริษัท 1,687 คูหา คาดการณ์จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 45,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก คาดการสั่งซื้อภายในงานทันทีไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท”

ภายในงาน นอกจากจะมีสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและครบครันแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์ที่แตกต่างจากงานอื่นๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ SMEs ผู้ประกอบการจากภูมิภาค ประกอบด้วย นิทรรศการ The New Faces, คูหาพาณิชย์จังหวัด, นิทรรศการ OTOP เพื่อการส่งออก ฯลฯ  กลุ่มนักออกแบบและแบรนด์น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการ Designers' Room & Talent Thai, Innovation and Design Showcase, Niche Product สินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ แม่และเด็ก และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งโรงแรม รีสอฺร์ท และที่พักอาศัย (Hospitality & Home) Art Zone ตลอดจนนิทรรศการส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ นิทรรศการสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ Functional Textile, The Pattern Creator พัฒนาและส่งเสริมนักสร้างต้นแบบตัดเย็บสู่ระดับสากล, Material Solution นิทรรศการนำเสนอแนวโน้มการใช้วัสดุต่างๆ ในการสรรค์สร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ย้ำว่า “กรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมฯ รวมทั้ง เป็นเวทีที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะ เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ อัพเดทเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ จึงถือเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จึงอยากขอเชิญชวนผู้ซื้อ นักธุรกิจ นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปร่วมเลือกซื้อสินค้าภายในงานและที่สำคัญคือร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจกับศักยภาพอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย”

STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562 ณ ไบเทค บางนา โดยเปิดเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น. ชมรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169































































ดูคลิบได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ycez2S9ifj4

2


ใครที่เกิดมามีผิวละเอียด ผิวสวยก็ถือว่าโชคดีมาก แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาแล้วมีผิวเนียนสวยกันทุกคน คนที่ผิวไม่สวย มีปัญหาผิวเยอะ อายุที่มากขึ้น ก็ทำให้สภาพผิวเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีการบำรุง ฟื้นฟูผิวให้สวยเนียนนุ่ม น่าสัมผัส นอกจากพื้นฐานผิวของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยทำร้าย ทำลายผิว เช่นแสงแดด มลภาวะจากอากาศ เป็นต้น

หลายคนรู้จักคำว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้า แต่มีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ทราบว่า serum นั้นคืออะไร? มีประโยชน์กับผิวของเราอย่างไร? ในคราวนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจกันแบบง่าย ไม่เน้นศัพท์ทางวิชาการให้เยอะแยะ จะได้ไม่ต้องปวดหัวกัน

serum นั้นเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลในการให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ประโยชน์ในเรื่องลดรอยแดง รอยดำ ลดเลือนริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น ให้ความกระจ่างใส ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ เปล่งประกาย ฯลฯ  มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวเหมือนกับครีมหรือโลชั่น แต่จะแตกต่างกันตรงที่ เซรั่มบำรุงผิวหน้านั้น จะมีโมเลกุลที่เล็กกว่าครีมหรือโลชั่น เป็นเหตุให้เซรั่มบำรุงผิวหน้าสามารถซึมเข้าสู่ผิวของคุณ ๆได้ดีกว่าครีมหรือโลชั่น ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวที่ผิวหน้า

เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง ใช้แล้วคุ้มค่าจริงหรือ?
ต้องยอมรับเลยว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง เมื่อเทียบกับครีมบำรุงผิวหน้า เซรั่มทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ผิวพรรณแล้วอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความลังเลใจในการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าได้ แต่ความจริงแล้วเซรั่มบำรุงผิวหน้านั้นมีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นสูงมาก ในการใช้งานแต่ละครั้งจึงใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน และเมื่อเปรียบกับผลของการฟื้นบำรุงผิวอันทรงประสิทธิภาพที่ได้รับจากเซรั่มบำรุงผิวหน้าแล้ว พูดเลยการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนในการบำรุงผิวหน้าที่สูงขึ้นก็ตามแต่ก็ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดเช่นกัน

หากคุณๆยังไม่เคยใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้า และไม่รู้ว่าจะใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้ายี่ห้อไหนดี ไม่ต้องไปหาจากที่ไหนและไม่ต้องกังวลไป ในวันนี้เรามีเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดตัวหนึ่งจากหลายแบรนด์ที่เคยใช้มา มานำเสนอให้ทุกท่านได้รู้จักกัน ซึ่งจะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก เฟิร์มมิ่งเซรั่ม ซึ่งเป็นเซรั่มสูตรแรกของ Yves Saint Laurent Beauté แค่ชื่อแบรนด์ก็การันตีได้แล้วว่าดีแค่ไหน เฟิร์มมิ่งเซรั่มนั้นอุดมไปด้วย Glycanactif™ ทำให้บริเวณ Y-Shape (ใบหน้า ลำคอและเนินอก) แลดูเต่งตึงยิ่งขึ้น ใช้เป็นประจำเช้าและก่อนนอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/serums.html

3


ปล่อยให้คนอื่น ๆ เค้ารีวิว VOLUPTÉ TINT-IN-BALM กันไปก่อนหน้าตั้ง 2 ปี นับจากวันที่เปิดตัว วันนี้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีอาการค้นไม้คันมืออยากจะมารีวิว ลิปทินท์ ลิปบาล์ม จากแบรนด์ตัวแม่อย่าง Yves Saint Laurent Beauté กับเค้าบ้าง คงไม่สายเกินไปเนอะ ปกติแล้วเราถูกใจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ อยู่มาก ๆ เลย เรียกว่าไอเทมที่จำเป็นต่อความงามของเรา ที่โต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีผลิตภัณฑ์จาก Yves Saint Laurent Beauté  เกินกว่าครึ่งเลย เกริ่นมาซะยาวเหยียดเชียว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  ลิป 2in1  สาวกลิปสติกเนื้อทินท์บอกเลยว่าต้องมีไว้ในคอลเลคชั่น และในครั้งนี้ทางแบรนด์นั้นได้เพิ่มค่าบำรุงจากลิปบาร์มช่วยให้ริมฝีปากเราชุ่มชื่นมากขึ้นอีกด้วย ได้ทั้งความงามและบำรุงริมฝีปากไปพร้อม ๆ กันเลย เนื้อลิปสติกเป็นเนื้อใส ๆ แวว มีเนื้อสีแน่นมาก แต่หัวใจของลิปสติกตัวนี้เลยคือช่วยทำริมให้ฝีปากดูอวบอิ่ม ลิปตัวนี้นั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้กับลุคใส ๆ สบาย ๆ (ซึ่งเหมาะกับเราเป็นอย่างมาก สวย ใส ไร้สตางค์) สำหรับท่านใด ที่ไม่ชอบแต่งหน้าแบบจัดหนัก เพียงแค่ใช้ ลิปทินท์ จาก Yves Saint Laurent Beauté ตัวนี้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ริมฝีปากของเพื่อน ๆ ดูอวบอิ่มมีสีสัน ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ในส่วนของ Packaging ก็ตามสไตล์ของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เลยค่ะ สวยอย่างเดียวไม่พอ แต่มันต้องดูเริศ ดูหรูหรา และมันต้องดูแพง ในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  นั้นมีเฉดสีให้เลือกมากมายถึง 12 เฉดสี แต่เดิมคิดว่าจะซื้อให้ครบทั้ง 12 เฉดสี เพราะคิดว่าจะเอาแต่ละสีมาลองใช้และมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน แต่เอาเข้าจริง ๆ มันก็มีหลายสีที่ไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ จึงเลือกซื้อเฉพาะสีที่เราชอบมาใช้เท่านั้น เบอร์ที่เราถูกใจมากที่สุดเป็นเบอร์ 9   ชื่อสีว่า TEMPT ME PINK ซึ่งถ้ามองสีลิปจากในแท่งเหมือนจะออกไปทางสีส้ม ๆ แต่พอทาแล้วเป็นสีชมพู ด้วยเหตุว่าทิ้นท์ที่เป็นรูปปากข้างในเป็นสีชมพู ทาวนไปเรื่อย ๆ ก็จะได้ระดับความเข้มของสีที่เพิ่มมากขึ้น พอใจกับสีที่ได้แล้วก็หยุด ส่วนเรื่องความติดทนนานนี่เราให้ 10 คะแนนเต็มเลย ส่วนกลิ่นนั้นรู้สึกได้ถึงกลิ่นพีชในระดับกลาง ๆ ไม่แรงมากไป แท่งล่าสุดที่เพิ่มซื้อมาเป็นแท่งที่ 3 แล้ว บอกเลยว่าประทับใจมาก ๆ เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากดูเฉดสีในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  สามารถกดเข้าไปดู หรือเข้าไปสั่งซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างที่เราแปะไว้ให้ได้เลยนะคะ
https://www.yslbeautyth.com/th/volupt-eacute-tint-in-balm.html

4


ไพรเมอร์(Primer) เชื่อว่าสาว ๆ หลายท่านคงจะรู้จักมักคุ้นกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ อีกหลายท่านที่เคยได้ยิน แต่ไม่รู้จักว่าเจ้า ไพรเมอร์(Primer) นี้คืออะไร มีประโยชน์ยังไง ใช้แล้วจะสวยมั๊ย รวมไปถึงใช้ ไพรเมอร์(Primer) อย่างไร หลายคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของสาวๆ ที่ไม่รู้จัก ไพรเมอร์(Primer) ตามเข้ามาอ่านกันต่อเลยเพราะว่าคำตอบที่คุณๆ อยากรู้นั้นถูกรวบรวมเอาไว้แล้วที่นี่
มาเริ่มต้นกันที่ประโยชน์ของไพรเมอร์ กันเลยว่ามีประโยชน์กับเราเช่นไรบ้าง
1. ช่วยทำให้เครื่องสำอางนั้นติดทนนาน ไม่ไหลเยิ้มง่ายๆ
2. สามารถช่วยควบคุมความมัน (ไพรเมอร์บางชนิดช่วยควบคุมความมันได้ดี)
3. ช่วยลดขนาดรูขุมขน
4. ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยและรอยหยาบกร้าน
5. ช่วยให้ผิวดูดี เรียน เนียน พร้อมกับการแต่งหน้า
6. ช่วยให้หน้าสว่างโกลว์ ชุ่ม อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าออร่า ฉ่ำวาว ขึ้น
7. ช่วยให้การเกลี่ยรองพื้นทำได้สะดวกขึ้น เรียบเนียนมากขึ้น

ไพรเมอร์มีกี่ชนิด
Primer แบ่งออกคร่าว ๆ เป็น 2 ประเภทนั่นก็คือ
1. ไพร์เมอร์ชนิดมีสี ฉ่ำวาว โกลว์ เงา ออร่า ให้ผิวเรียบเนียน ใช้ได้ทั้งคนแต่งหน้าและไม่แต่งหน้า
2. ไพร์เมอร์ไม่มีสี เน้นสำหรับคนแต่งหน้าอย่างเดียวเท่านั้น

แล้วใครบ้างที่ควรใช้ Primer
1. ผู้ที่ต้องการลดเรือนริ้วรอย
2. ผู้ที่ต้องการลดขนาดรูขุมขุน
3. ผู้ที่ต้องการให้การแต่งหน้าทำได้ง่ายและเรียบเนียนมากขึ้น
ขอใช้พื้นที่ตรงนี้แนะนำ ไพรเมอร์ น่าใช้สัก 1 ชิ้นจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ บอกเลยว่าตัวนี้แค่ แพคเกจก็ดูหรูหราประทับใจมาก ๆ เลย(ที่จริงแล้วผลิตภัณฑ์ทุกตัวจาก YSL ก็หรูหราทุกอันแหละ^_^) พอได้ลองใช้ทำให้รู้เลยว่าหัวปั๊มนั้นออกแบบมาดีมาก ใช้งานสะดวก กดเนื้อไพรเมอร์ออกมาแบบกำลังดี ไม่ไหลออกมามากเกินไป(แอบงกนิดนึง) Primer ตัวนี้ เนื้อเป็น “silicon-base” ที่มีเกล็ดสีทองผสมอยู่ข้างใน ขอบอกว่าเนื้อสัมผัสมันดีมากจริง ๆ เมื่อได้สัมผัสและได้ทาลงไปบนผิว ลื่น และไม่รู้สึกหนักหน้าเลย และยังช่วยเบลอรูขุมขนได้ดีมาก ๆ อีกด้วย หน้าดูเนียนขึ้นมากหลังจากลง Primer ส่วนเกร็ดสีทองเล็ก ๆ นั้นก็ช่วยให้หน้าของเราดูกระจ่างใสมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลใจว่ามันจะวิ๊งมากเกินไปนะคะ ส่วนตัวเราว่ามันทำออกมาได้ดีมาก ๆ เลย ข้อสุดท้ายที่ประทับใจมากที่สุดนั้นก็คือ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานมาก ๆ หลังจากที่เราแต่งหน้าไปประมาณ 10 ชั่วโมง สีสันทุกสิ่งอย่างบนใบหน้าเราแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย บอกเลยว่าตรงนี้ชอบมากเลย สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากรู้ราคาจำหน่าย รบกวนกดเข้าไปดูกันได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เลยนะคะ เราทำลิงก์ไว้ให้ที่ด้านล่างแล้วค่ะ
https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/make-up-base.htmlwww.yslbeautyth.com/th/make-up/face/make-up-base.html

5


สำหรับคนที่ชอบน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจอย่างเราที่เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอม เป็นต้องแวะเข้าไปดู และสูดกลิ่มหอม ๆ ของน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ อยู่ประจำ และก็เป็นปกติที่จะต้องมีน้ำหอมติดไม้ติดมือกลับมาบ้านด้วย และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะโดนแฟนดุเสมอว่าซื้อน้ำหอมจนไม่มีที่จะเก็บจะวางแล้ว(.....แฮร่.....) ทำงัยได้ ก็คนมันชอบนี่น่า และก็เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะ100% เลยก็ว่าได้ คงจะโปรดปรานน้ำหอมเช่นกัน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเวลาว่างมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆบ้าง ด้วยการแต่งตั้งตัวเองเป็นกูรูด้านน้ำหอมเพื่อที่จะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่โปรดปรานในกลิ่นของน้ำหอมเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าน้ำหอมมีกี่ชนิด และควรใช้น้ำหอมอย่างไร
น้ำหอมที่วางขายกันอยู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะแบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกมาได้ 3 ระดับ คือ
EAU DE PARFUM (โอเดอเพอร์ฟูม) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานราว 10-12 ชั่วโมง
EAU DE TOILETTE (โอเดอทอยเล็ตต์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราว 6-8 ชั่วโมง
EAU DE COlONGE (โอเดอโคโลญจน์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราวๆ 4-5 ชั่วโมง
ส่วนตัวแล้วเราชอบ EAU DE PARFUM มากที่สุด เนื่องมาจากติดทนนานที่สุด แม้ว่าราคาก็จะสูงกว่าน้ำหอมแบบอื่น ๆ อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้ให้เป็น ก็สามารถประหยัดได้ ไม่ต้องถามนะว่าทำอย่างไร รบกวนอ่านต่อเลยจ้า
จากที่เคยได้ยินมา(จากไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะคะ) 8 จุดชีพจรที่ควรฉีดน้ำหอมได้แก่ ซอกคอ 2 ข้อมือ 2 ข้อพับแขน 2 และข้อพับขา 2 เนื่องจากจุดดังกล่าวมีความร้อน จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้ดีทำให้ประหยัด และก็มีหลายคนเข้าใจผิดว่าต้องฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ไม่ใช่นะคะ ฉีดแค่จุดใดจุดหนึ่งหรือ 2 จุดก็พอ หรือถ้าใครไม่ต้องประหยัด อยากฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
ทีนี้มาถึงเรื่องของการเก็บรักษาน้ำหอมกันบ้าง บางท่านซื้อ EAU DE PARFUM มาใช้ แต่เสียดายกลัวหมดเร็ว ไม่อยากใช้เยอะ บอกเลยว่าซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมดตามระยะเวลาด้วยนะคะ เนื่องจากว่าน้ำหอมแต่ละประเภทมีอายุการใช้งาน เก็บไว้นานเกิน กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยนนะจะบอกให้ อายุคร่าว ๆ ก็ตามนี้นะคะ
EAU DE PARFUM  เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1 ปี ถ้ายังไม่เปิดเก็บได้ 3-4 ปี
ส่วน EAU DE TOILETTE และ EAU DE COlONGE เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1-2 ปี ถ้ายังไม่เปิดสามารถเก็บได้นาน 2-3 ปี
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อและใช้น้ำหอมกันไปพอสมควรเลย ทิ้งท้ายไว้สักนิดว่าหากใครกำลังมองหา EAU DE PARFUM กลิ่นหอม ๆ ติดทนนาน ลองแวะเข้าไปที่เว็บไซต์ด้านล่างที่เราแปะลิงก์ไว้ได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/fragrance/women-s-perfumes/miracle.html
https://www.lancome.co.th

6
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

7


หากว่าคุณเข้านอนในโดยไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน (Night Cream) หรือ ครีมบำรุงหน้ากลางคืนแล้วละก็ เราคงต้องบอกว่าคุณผิดพลาดอย่างมากในการดูแลรักษาผิวหน้า เนื่องด้วยครีมบำรุงหน้ากลางคืนนั้น  มีประโยชน์สำหรับผิวของท่านเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่หลายคนที่มักจะละเลยกับการดูแลผิวหน้าในยามค่ำคืนยิ่งควรต้องทราบเอาไว้  ว่าครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีผลดีและมีความจำเป็นกับเราแค่ไหน
ครีมบำรุงหน้ากลางคืน มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
-   ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้ตลอดทั้งคืน
-   ช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ บนผิวหน้าของคุณลดลง
-   บรรเทาอาการผิวปกติ  ของผิวหน้า
-   ป้องกันผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
-   ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า
-   ช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม เปลั่งปลั่ง ดูเรียบเนียนและมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น
-   ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวของคุณ ๆในขณะที่ร่างกายกำลังพักผ่อน
-   ช่วยในการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
-   ช่วยในการต่ออายุเซลล์และบำรุงผิวของคุณ

การเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืน ที่พอเหมาะกับผิวของผู้ใช้นั้นจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีหลักการง่าย ๆ ดังนี้
- เราควรแน่ใจว่า  ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่เราเลือกใช้นั้นมีลักษณะของเนื้อครีมที่ไม่หนาเกินไป  เนื่องด้วยครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่หนาเกินไปอาจจะอุดตันรูขุมขนของเราได้ ทำให้ผิวหายใจได้ลำบาก นับเป็นผลเสียกับผิวมากกว่าผลดี
- ควรระวังเรื่องครีมที่ผสมน้ำหอม ทางที่ดีที่สุดควรเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่เป็นแบบ hypoallergenic เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการแพ้
แต่ถ้าเพื่อน ๆ สรุปไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนแบรนด์ไหนดี ที่ใช้ดี คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด เราขอนำเสนอ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ตัวล่าสุดจาก lancome ด้วยคุณสมบัติของ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวและกอบกู้ผิวเมื่อต้องเผชิญกับภาวะ ช่วงอ่อนแอของผิว ด้วย New Advanced G?nifique Sensitive เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืน เพียงหนึ่งหยดของส่วนผสมเข้มข้นจาก Ferlulic Acid มอบคุณสมบัติที่ผิวคุณต้องการ อาทิเช่น ลดรอยแดงและจุดด่างดำ เผยผิวออร่า ลดริ้วรอย บำรุงผิวจากแสงแดด กักเก็บน้ำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน

หากว่าคุณ ๆ กำลังอยากได้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน  ที่มีคุณภาพสูง ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยังปลอดภัยอีกด้วย  เราขอนำเสนอให้ลองใช้ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ด้วยนวัตกรรมสองพลังเข้มข้นเพื่อที่สุดแห่งการฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกยามค่ำคืน ให้คุณคงผิวสวยและอ่อนเยาว์ตลอดไป สัมผัสผิวสวยอ่อนเยาว์เพียงข้ามคืน  เชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองด้วยการกดเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่าง ตัวช่วยที่ทำให้ผิวของคุณสวย สุขภาพดี รอคุณอยู่ที่ปลายทาง
https://www.lancome.co.th/th/advanced-genifique-sensitive.html
https://www.lancome.co.th

8


สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเหงื่อเยอะ สปอร์ตเกิร์ลที่รักการออกกำลังกายและรักความสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ หรือแม้แต่คุณ ๆ ที่ชีวิตมีแต่ดราม่า บ่อน้ำตาตื้น มีเรื่องให้เสียน้ำตากันอยู่บ่อย ๆ คงต้องพบเจอกับปัญหาการใช้งานดินสอเขียนขอบตาอยู่มากทีเดียว เกิดความกังวลใจทุกครั้งเมื่อใช้ กลัวเยิ้มบ้าง กลัวเป็นแพนด้าบ้าง  แนะนำเลยว่าก่อนอ่านรีวิวนี้ ให้เพื่อน ๆเดินไปหยิบดินสอเขียนขอบตาแท่งเก่าของคุณโยนลงถังขยะไปได้เลย รับประกันได้เลยว่าเมื่ออ่านตรงนี้จบ หลังจากนั้น ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักหนาสาหัสแค่ไหน หรือดูซีรีย์ดราม่าจนบ่อน้ำตาแตก ก็ไม่มีทางทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าอย่างแน่นอน บอกเลยว่าต้องไม่พลาดไอเทมเด็ดที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ดินสอเขียนขอบตา หรืออายไลเนอร์ดินสอสุดเริศจาก  lancome นั่นเอง

Le Crayon Kh?l อายไลเนอร์ดินสอที่ช่วยสร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณ ๆ ได้อย่างง่ายดาย สร้างทุกลุคที่ท่านต้องการได้ด้วยดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l สร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณให้ดูกลมโตยิ่งขึ้น Le Crayon Kh?l เป็นอายไลเนอร์ดินสอที่เป็นเนื้อครีมเนียนนุ่มและอ่อนโยน จึงช่วยให้เขียนง่าย แม่นยำและให้สีสันที่คมชัด สร้างลุค Smoky eye ให้คุณได้อย่างง่ายดาย

คุณสมบัติเด่นของอายไลเนอร์แบบดินสอจากลังโคม Le Crayon Kh?l  คือดินสอมีเนื้อครีมที่เนียนนุ่ม ช่วยให้เขียนขอบตาได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ช่วยให้ดวงตาแลดูสวยเฉียบคมไร้ที่ติ สามารถเกลี่ยได้ เรียบเนียนง่าย ๆ ไม่จับตัวเป็นก้อนและยังสร้างกรอบและมิติให้ดวงตากลมโตได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อครีมไอเทมสุดฮ๊อตจาก  lancome ไปแล้ว บอกเลยว่าเราเองนั้นพยายามหาข้อเสียอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังหาไม่เจอสักที ทั้งนี้เพราะ ดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l  มีสัมผัสเนียนลื่น สีสันคมชัด และเกลี่ยง่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ทุกลุคที่เราต้องการได้อย่างง่ายมาก ๆ  ไม่ทิ้งรอยเปื้อน และช่วยให้ดวงตาสวยได้ตลอด คอนเฟิร์มเลยว่าไม่มีเยิ้ม ไม่มีลบเลือน ใช้แล้วสามารถเดินสวย เลิศ ๆ เชิด ๆ ได้อย่างมั่นใจตลอดวัน สำหรับท่านใดที่ยังลังเลว่าจะใช้ อายไลเนอร์ดินสอ Le Crayon Kh?l ดีมั๊ย(ยืนยันกันขนาดนี้ ไม่ต้องลังเลแล้ว) ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์ดินสอ กันก่อนได้ที่เว็บไซต์ของ lancome ก่อนก็ได้นะ เผื่อว่าจะได้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น หรือคลิกที่ลิงก์ด้านล่างที่เราทำไว้ให้ก็ได้นะคะ วันนี้ขอจบการรีวิวแค่นี้ก่อน อย่าลืมติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/le-crayon-khol.html
https://www.lancome.co.th

9
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

10


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านรีวิวของเราอยู่ตลอด รีวิวนี้นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้(แฮร่.........) แบบว่าเขียนรีวิวไปเรื่อยเปื่อยจริง ๆ เลยจำไม่ได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ครั้งที่เท่าไหร่ก็ช่างเหอะ เพราะว่ามันไม่ได้มีความสำคัญอะไร เรามาดูสิ่งที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ดีกว่าว่าคืออะไร

ไอเทมเด็ดที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นก็คือ TEINT MIRACLE FOUNDATION รองพื้นบางเบา ที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา เป็นตัวล่าสุดจาก lancome ที่ทางแบรนด์นั่นเคลมมาว่าให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด ให้ผิวผ่องโกลว์ สวยแบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสของรองพื้นที่บางเบาสุด ๆ แต่กลับให้การปกปิดที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้ผิวของคุณโกลว์สวย แลดูสุขภาพดี ดุจผิวธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์รองพื้นสูตรฟลูอิดที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้หญิงชาวเอเชียโดยเฉพาะ

ที่จริงแล้วเราใช้ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้หมดไป 2 ขวดแล้ว พูดเลยว่าตอนหาซื้อมาใช้ครั้งแรกนั้นไม่คิดว่า รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้  จะทำได้ดีขนาดนี้  ตอนนี้ที่มาเขียนรีวิวครั้งนี้ นับเป็นขวดที่ 3 ที่เราเลือกซื้อมาใช้ เหตุผลหลัก ๆ เลยที่ประทับใจมาก ก็เพราะเป็นรองพื้นที่ปกปิดได้เนียนสนิทมากโดยที่ไม่ได้รู้สึกหนา หรือรู้สึกหนักหน้าแต่อย่างใด ส่วนตัวแล้วเราใช้เบอร์ BO-02  ซึ่งเป็นโทนที่ใกล้เคียงกับผิวเรามากที่สุด จากรองพื้นมากกว่า 5 ยี่ห้อที่เรามีอยู่ อันเดอร์โทนของรองพื้นมีความเหลืองอยู่ในเม็ดสีที่กำลังพอดี นอกจากสีของรองพื้นที่พอดีกับสีผิวของเราแล้ว รองพื้นตัวนี้ ยังช่วยทำให้ผิวของเรานั้นดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วย  ด้วยเนื้อที่บางเบาของรองพื้นสามารถกลืนไปกับผิวเราและเซ็ทตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เหลือความเหนอะหนะอยู่บนผิวหน้าเลยแม้แต่น้อย พูดเลยว่าเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเรามาก ๆ เลยค่ะ ปกติแล้วเราเป็นคนผิวผสม ค่อนข้างไปทางมันนิดหน่อย ถ้าอากาศเริ่มร้อน ความเยิ้มจะเริ่มไต่มาจากที่จมูกเป็นอันดับแรกเลย ก่อนจะไหลและย้อยไปที่อื่น ๆ แต่พอได้ใช้ รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้ เอาอยู่หมัดเลย บอกเลยว่าโอเคมาก ๆ เลย แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีผิวหน้ามันมาก เราขอแนะนำให้ใช้ รองพื้นบางเบา ตัวนี้คู่กับแป้งควบคุมความมันด้วย จะช่วยได้เยอะเลย เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา รองพื้นบางเบา ในราคาแบบสบายกระเป๋า เราขอแนะนำ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้เลย สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ Website : https://www.lancome.co.th/th/lc-teint-miracle-foundation.html
หรือเข้าไปเลือกซื้อสินค้าอื่น ๆ จาก lancome ได้ที่ https://www.lancome.co.th

11


แป้งแต่งหน้านั้นมีกี่ประเภท และมีความแตกต่างกันเช่นไร เชื่ออย่างยิ่งว่ามีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนคงไม่รู้และต้องการอยากหาคำตอบ บอกเลยว่าเพื่อน ๆ เข้ามาถูกที่แล้ว ครั้งนี้เราจะมาสาธยายให้ฟังว่า แป้งแต่งหน้านั้นแบ่งออกเป็นกี่ชนิด และแต่ละชนิดนั้นผลิตขึ้นมาเพื่อการใด เหมาะกับการใช้งานกับเราอย่างไรบ้าง
แป้งสำหรับการแต่งหน้านั้นแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้
Loosen Powder หรือที่คนทั่วไปนั้นเรียกว่า แป้งฝุ่น หรือางคนอาจจะเรียกแบบยาว ๆ ว่า แป้งแต่งหน้าแบบฝุ่น มีความสามารถในการดูดซับความมันบนใบหน้าของเราได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยทำให้ผิวหน้าดูเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่เหมาะกับการปกปิดริ้วรอยต่าง ๆ หากต้องการใช้เพื่อการปกปิดริ้วรอยตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสนอแนะว่าให้ใช้คู่กับรองพื้นแบบครีมบีบีหรือเนื้อฟูลอิดเป็นต้น แต่ด้วยความที่เนื้อของแป้งชนิดนี้เป็นฝุ่น จึงทำให้เนื้อแป้งนั้นติดไม่ทน จึงทำให้สาว ๆ ที่เลือกใช้แป้งฝุ่นนั้นต้องตบแป้งเติมหน้าซับมันกันบ่อยกว่าการใช้แป้งชนิดอื่น สำหรับจุดเด่นของแป้งฝุ่นเลยก็คือ เนื้อที่บางเบาทำให้และดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้แป้งชนิดอื่น

Pressed powder แป้งชนิดนี้เหมาะสมกับสาว ๆ ที่มีปัญหาต้องการปกปิดรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวแป้งนั้นมาในรูปแบบตลับอัดแข็ง โดยการนำเอาแป้ง Loose Powder และ Translucent Powder มาเติมสารเพิ่มการยึดเกาะและนำไปอัดจนแข็งใส่ในตลับ ทำให้สะดวกในการพกพาไปใช้ได้ตลอดวัน บางคนเรียกแป้งชนิดนี้ว่าแป้ง Two Way ช่วยปกปิดจุดด่างดำบนใบหน้าได้เรียบเนียนกว่าการใช้แป้ง Loosen Powder เพียงอย่างเดียว และที่สำคัญคือไม่ต้องทารองพื้นแบบครีมให้ยุ่งยากเสียเวลา

Translucent Powder หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ แป้งฝุ่นใส ซึ่งนั่นก็คือ Translucent Powder นี่แหละ ส่วนคุณสมบัติของแป้งชนิดนี้ก็ตามชื่อเลย คือเน้นเรื่องความนวลเนียนของใบหน้าเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความสามารถในการช่วยช่วยปกปิดริ้วรอยและจุดด่าง รอยดำต่าง ๆ ได้เลย Translucent Powder  จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่ผิวหน้าปราศจากปัญหาและริ้วรอยต่าง ๆ หรือสำหรับน้อง ๆ วัยทีนเอจที่ต้องการอวดผิวหน้ากระจ่างใสแบบเป็นธรรมชาตินั่นเอง

หวังว่าทุกท่านที่อ่านเนื้อหานี้จบ จะเข้าใจและเลือกซื้อแป้งแต่งหน้ามาใช้ได้เหมาะกับตัวเอง เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ ๆ สิ่งสำคัญอีกสิ่งก็คือ อย่าลืมเลือกเฉดสีให้เข้ากับสภาพผิวหน้าของเราด้วยนะคะ เพราะว่าจะช่วยให้ผิวหน้าของทุกท่านนั้นสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา ไม่หนักหน้า สำหรับท่านที่กำลังมองหาแป้งฝุ่นแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้แบบไหนดี เชิญทุกท่านลองแวะเข้าไปดูที่ลิงก์ด้านล่างกันได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/make-up/face/loose-powder.html
https://www.lancome.co.th

12


บลัชออน ( Blush on )นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สาว ๆ ทุกคนพกติดตัวติดกระเป๋าเครื่องสำอางอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะ บลัชออน ( Blush on )นั้นเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะช่วยทำให้สาว ๆ ได้ลุคสวย ๆ อย่างง่าย ๆ ช่วยให้พวงแก้มของสาว ๆ นั้นดูสวยแลดูสุขภาพดีมีสีสันสวยเปร่งปรั่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดแต่งหน้าแต่งตากันนั้น อาจจะยังไม่รู้จักมักคุ้นกับไอเทมเด็ดตัวนี้กันสักเท่าไหร่ วันนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ที่เป็นมือใหม่ไปทำความรู้จักกับบิวตี้ไอเทมที่มีชื่อว่า บลัชออน ( Blush on )กันอย่างละเอียด

บลัชออน ( Blush on ) นั้นคือเครื่องสำอางที่เอาไว้ปัดบริเวณแก้มที่จะให้เฉดสีออกไปทางสีชมพูหรือแดงระเรื่อ เพื่อให้ได้ผิวหน้าแลดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา ซึ่งแท้จริงแล้วในวงการเครื่องสำอางนั้นจะเรียกเจ้าไอเทมนี้ว่าบลัชเชอร์ Blusher ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษคำว่า Blush ที่มีความหมายว่า เขินอายจนหน้าแดง แต่ถ้าตามประสาคนไทยที่นิยมเรียกกันก็คือ บลัชออน นั่นเอง บลัชออน ( Blush on ) นั้นได้จากการนำผงสีมาผสมกับผงแป้งและกรดไขมันจากธรรมชาติ ที่ได้มาจากพืชหรือสัตว์ที่จะช่วยให้เนื้อของบลัชออน ( Blush on ) มีความเนียนและนุ่ม เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวก

ในปัจจุบัน บลัชออน ( Blush on ) ที่วางจำหน่ายกันนั้นสามารถแบ่งประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท ดังนี้
1. บลัชออนชนิดฝุ่น เป็นบลัชออนประเภทที่ตัวเนื้อมีสัมผัสที่แห้ง เหมาะกับสาว ๆ ที่มีผิวหน้ามัน เพราะจะช่วยดักไขมันส่วนเกินบนใบหน้าของสาวหน้ามันได้เป็นอย่างดี
2. บลัชออนชนิดครีม ด้วยความที่เนื้อของบลัชออนนั้นเป็นเจลกึ่งเหลว จึงเหมาะมากกับสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง แต่จะให้ดีสาว ๆ ที่ผิวแห้งควรเลือกซื้อบลัชออนสูตรที่มีส่วนผสมสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วยจะดีที่สุด
3. บลัชออนชนิดน้ำ เนื้อของบลัชออนในกลุ่มนี้จะเป็นแบบเหลว ฉะนั้นควรใช้หลังจากทารองพื้นเรียบร้อยแล้ว บลัชออนประเภทนี้นั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวแห้งที่ชื่นชอบลุคผิวโกลว์หรือชอบหน้าฉ่ำ ๆ สไตล์เกาหลี ที่ไม่เน้นการลงแป้งฝุ่น แต่ก็มีข้อควรระวังเล็กน้อยสำหรับการใช้ก็คือต้องเกลี่ยให้ดี ก็เพราะว่าถ้าเกลี่ยไม่ดีจะทำให้ผิวหน้าดูด่างเป็นจ้ำ ๆ หมดสวยกันได้เลยนะ
ปิดท้ายด้วยการเลือกเฉดสีบลัชออน กันสักนิด
ผิวสีขาว ควรเลือกใช้โทนสีเบา ๆ เช่น สีชมพูอ่อน ชมพูพีช พวกเฉด light coral จะทำให้ได้ลุคที่ไม่ดูแดงมากจนเกินไป และได้ผิวสีสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ผิวสีแทน ควรเลือกใช้โทนสีชมพูกับส้มเช่นเดียวกับสาวผิวขาว แต่ให้เลือกใช้สีที่เข้มขึ้นอีกหนึ่งเฉด เช่นชมพูบานเย็น อย่างเฉด Mauve
ผิวสีเข้ม ควรเลือกใช้โทนสีสว่างสดใส อย่างเช่นสีแดงเลือดนก สีส้มอิฐ เพื่อช่วยขับผิวของคุณ ๆให้ดูเปล่งประกาย สดใส และแลดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น
ถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าน้องใหม่ทั้งหลายที่ได้อ่านมาตั้งแต่ต้น คงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่น้อยเลยทีเดียวและคง สามารถไปเลือกซื้อบลัชออนให้ตรงกับตัวเองได้มากที่สุด
สนใจสินค้าเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Website
https://www.lancome.co.th/th/make-up/face/blushes-and-bronzers.html
https://www.lancome.co.th

13
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

14
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

15
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

หน้า: [1] 2 3 ... 5