แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 29
1
อื่นๆ / บัตรเครดิตธนชาต บลู ไดมอนด์
« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2018, 10:53:55 PM »
อภิสิทธิ์เหนือใคร อิสระแห่งการใช้จ่ายเหนือระดับกับบัตรเครดิตที่ให้คุณได้มากกว่า ทั้งคะแนนสะสมทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร และให้คะแนนทวีคูณจากหลายหมวด อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย

สิทธิประโยชน์หลักของบัตร (ไม่กำหนดระยะเวลา):
คะแนนสะสม T-Rewards รายการคะแนนสะสมจากการชำระค่าสินค้า และบริการผ่านบัตรฯ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อใช้แลกของกำนัลฟรี หรือแลกเงินคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิต
- ทุกๆ 25 บาท รับคะแนนสะสม 4 คะแนน (6.25 บาท = 1 คะแนน) สำหรับการใช้จ่ายในหมวดต่างประเทศ
- ทุกๆ 25 บาท รับคะแนนสะสม 3 คะแนน (8.33 บาท = 1 คะแนน) สำหรับการใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยว
- ทุกๆ 25 บาท รับคะแนนสะสม 2 คะแนน (12.50 บาท = 1 คะแนน) สำหรับการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร
- ทุกๆ 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน (25.00 บาท = 1 คะแนน) สำหรับการใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ
รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3.5% เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ ผ่านบัตรเครดิตธนชาต ภายใน 2 รอบบัญชี นับจากวันที่ทำรายการ
- รับเครดิตเงินคืน 3.1% ของยอดค่าใช้จ่ายน้ำมัน เมื่อมียอดชำระน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5,000 บาท พร้อมรับคะแนนสะสม T-Rewards 0.4%
- รับเครดิตเงินคืน 1.5% ของยอดค่าใช้จ่ายน้ำมัน เมื่อมียอดชำระตั้งแต่ 5,001 - 10,000 บาท พร้อมรับคะแนนสะสม T-Rewards 0.4%
แบ่งชำระรายเดือน ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 6 เดือน เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต สำหรับยอดใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศเป็นยอดแบ่งจ่ายรายเดือน 0% นาน 6 เดือน
บริการห้องพักรับรองพิเศษ Miracle Lounge รับความสะดวกสบายกับเอกสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องพักรับรองพิเศษ Miracle Lounge 1 ครั้งต่อปีปฏิทิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือท่าอากาศยานดอนเมือง โดยบัตรหลัก บัตรเสริม และผู้ติดตาม สามารถใช้สิทธิ์ร่วมกัน กรณีที่ใช้บริการเกินที่กำหนด ผู้ถือบัตรฯ จะต้องรับผิดชอบค่าบริการเพิ่มเติมด้วยตนเองตามอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บกับผู้ถือบัตร หรือสามารถแลกคะแนนสะสมT-Rewards ในการเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษได้ ดังนี้


บัตรเครดิตธนชาต บลู ไดมอนด์ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/price/credit-card-2-77/บัตรเครดิตธนชาต-บลู-ไดมอนด์-มาสเตอร์การ์ด-เวิลด์-Blue-Diamond-MasterCard-World-ธนาคารธนชาต-Thanachart-1448033/

2
คือ วัสดุที่เป็นตัวต้านทานหรือคั่นกลางระหว่างวัตถุร้อนหรือเย็นกับอุณหภูมิผิวด้านนอก หรือคั่นกลางระหว่างคลื่นเสียงก้บชั้นบรรยากาศ ฉนวนหรือ insulation เป็นคำที่กว้างมาก แต่สามารถสรุปได้สั้นๆว่าฉนวนคือตัวต้านทาน

ผนังกันเสียง ผนังเก็บเสียง ผนังกั้นเสียง เป็นอย่างไร
ผนังกันเสียง และ ผนังกั้นเสียง เป็นผนังเดียวกัน ทำหน้าที่มิให้ คลื่นเสียงเดินทางผ่านไปยังอีกด้านหนึ่งได้ เช่น เครื่องสับไม้ที่มีเสียงดัง 100 dBA เมื่อเครื่องทำงาน และชุมชนนอกโรงงานได้ยินเสียงดังนี้ที่ระดับ 90 dBA เมื่อมีการทำ ผนังกันเสียง ระหว่างโรงงานกับชุมชน จะทำให้ระดับเสียงที่ชุมชนนอกโรงงานได้ยินลดลงจาก 90 dBA เหลือเพียง 75-80 dBA เป็นต้น ส่วน ผนังเก็บเสียง นั้นจะหมายถึง ผนังที่ลดเสียงสะท้อน ในห้องประชุม หรือ convention hall มากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญงานติดตั้งฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร
การแก้ปัญหาเสียงดัง ให้ได้ผลดีที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เป็นเป้าประสงค์หลักสำหรับเจ้าของโรงงาน หรือผู้ใช้อาคารที่มี ปัญหาด้านเสียง ทุกท่าน การเลือกใช้บริการจาก ผู้เชี่ยวชาญงานติดตั้งฉนวนกันเสียง ทั้ง การวิเคราะห์ปัญหาด้านเสียง เบื้องต้น การออกแบบ และ เลือกวิธีการแก้ปัญหาเสียงดัง ตามงบประมาณที่ลูกค้ามี รวมไปถึง การรับรองผลด้านเสียง ที่จะลดลงภายหลัง ติดตั้งฉนวนกันเสียงแล้ว หรือแม้แต่การ รับประกันผลงานการติดตั้ง หลังจากที่ได้ส่งมอบงานให้เจ้าของงานแล้ว ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจ เลือกใช้บริการงาน ติดตั้งฉนวนกันเสียง

เพราะหากเราเลือก “ใครก็ได้” มาทำงานด้านนี้ ผลสรุปด้าน การแก้ปัญหาด้านเสียง ก็อาจจะออกมาในรูป “พอใช้ได้” หรือเข้าข่าย “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” นั่นเอง แต่หากว่าเราจริงจังกับเรื่อง เสียงดัง หรือปัญหาอยู่ในระดับวิกฤต แนะนำว่าการเลือก “มืออาชีพ” เข้ามาแก้ปัญหา มักจะให้ผลลัพธ์ประเภท “ทีเดียวจบ” ไม่ต้องมาเสียเล็กเสียน้อย หรือกังวลใจกับปัญหาที่คาราคาซังอีกต่อไป


ฉนวนกันเสียงดัง ป้องกันเสียงดัง ลดเสียงสะท้อน คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

3
ถ้าพูดถึงน้องเหมียวแล้ว หลายคนก็อาจจะนึกถึงความน่ารัก ขี้อ้อน ขี้ประจบแน่นอน ซึ่งก็ทำเอาทาสแมวหลายคนต้องตกหลุมรักเจ้าแมวเหมียว และเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นอย่างดี แต่เพื่อนๆ ทราบไหมคะ ว่าการดูแลใส่ในเรื่องอาหารการกินก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะน้องเหมียวแต่ละช่วงวัยควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน และไม่ว่าน้องเหมียวของเพื่อนๆ จะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม วันนี้เราก็มีเคล็ดลับการให้ อาหารแมว อย่างถูกวิธี แถมยังช่วยให้น้องเหมียวมีสุขภาพดีแข็งแรงอีกด้วยค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันเลยค่ะ

การให้อาหารแมวในแต่ละช่วงวัย

1.อาหารลูกแมว

ลูกแมวเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น ซึ่งในช่วงแรกลูกแมวจะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่ หลังจากหย่านม (อายุประมาณ 8 สัปดาห์) จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับลูกแมว เราจึงควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นเพื่อการเจริญเติบโต การให้อาหารสำหรับลูกแมวควรเริ่มในปริมาณน้อยๆ วันละ 3 มื้อ เป็นอาหารละเอียด เพราะฟันของลูกแมวยังเคี้ยวได้ไม่ดี และควรมีน้ำสะอาดที่กินได้ตลอดเวลาด้วย เมื่อลูกแมวคุ้นเคย หรือเริ่มชินกับการกินอาหารแล้ว ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นอาหารเม็ดจะดีกว่า เนื่องจากอาหารแบบเม็ดจะมีสารอาหารที่ช่วยในเรื่องการพัฒนาการเติบโตของลูกแมวได้ดีกว่า

2.อาหารแมวโตหรือแมวรุ่น

เมื่อน้องเหมียวเริ่มโตเต็มวัย อาหารที่ให้ควรเป็นสำหรับแมวโต อาจให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเปียก อาหารกระป๋อง และอาหารสดที่เราปรุงให้ก็ได้ค่ะ ควรลดมื้ออาหารลงเป็นวันละ 2 มื้อ คือ มื้อเช้ากับมื้อเย็น ไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ด้วยนะคะ เพราะจะทำให้น้องเหมียวเสียนิสัย และทำให้อาหารเสีย บูด และเหม็นคาถ้วยอาหารนั่นเองค่ะ ถ้าน้องเหมียวเผลอกินต่อ หรือคุณล้างถ้วยไม่สะอาดละก็ อาจส่งผลให้ท้องร่วงได้ค่ะ และที่สำคัญอาหารที่ให้น้องเหมียวไม่ควรเป็นอาหารซ้ำๆ ที่มีรสเค็ม และควรปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้อย่างครบถ้วนนะคะ

3.อาหารแมวแก่

น้องเหมียวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถือว่ามีอายุยืนมากกว่า 10 ปี และเมื่อเข้าสู่วัยแก่ อาหารที่จะได้รับควรจะเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีแป้ง ไม่ติดมัน และควรให้กินในปริมาณที่น้อย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น อาหารที่ดีควรให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเปียก หรืออาหารปรุงเองสลับกันไป เพราะอาหารแต่ละประเภทมีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ควรให้กินอาหารตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับช่วงวัยของน้องเหมียวจะดีกว่า


การให้อาหารแมวที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัย คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

4
Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่ดีที่สุดในปีนี้ของ Samsung ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และข่าวดีก็คือ ในขณะนี้ผมก็มีเครื่อง Galaxy Note 9 ตัวจริงเสียงจริงเครื่องแรกๆ ในประเทศไทยอยู่ในมือแล้วเช่นกัน ดังนั้นเดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปแกะกล่องลองสัมผัสกับ Galaxy Note 9 กันแบบด่วนๆ ก่อนเลยครับว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร และมีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ใช้งานกันบ้าง

เมื่อเปิดกล่องออกมา นอกจากตัวเครื่องแล้ว ก็จะมี Soft Case แบบใส, เข็ม SIM Door Key, หูฟัง AKG, จุกยางสำรอง, หัวปากกาสำรอง, อะแดปเตอร์ USB-A to USB-C, อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Adaptive Fast Charging, สาย USB Type-C และคู่มือการใช้งาน

เมื่อเทียบรูปลักษณ์ภายนอกกับรุ่นพี่อย่าง Galaxy Note 8 ก็พบว่ามีดีไซน์โดยรวมที่แทบจะถอดแบบกันมาครับ บนบอดี้โลหะที่ประกบด้วยกระจกที่ด้านหน้า-ด้านหลังแบบ Metal-Glass ที่สามารถป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นได้ในระดับ IP68 เช่นเดิม

แต่ Galaxy Note 9 จะมีหน้าจอ Infinity Display Super AMOLED QHD+ ในสัตว์ส่วนแบบ 18.5:9 ที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 6.4 นิ้ว เรียกว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Samsung ตอนนี้เลยทีเดียว

ส่วนกล้องคู่ หากสังเกตดูจะเห็นว่ามีขนาดของเลนส์ที่ไม่เท่ากันเหมือนเดิม นั่นก็เพราะ Galaxy Note 9 เลือกใช้โมดูลกล้องเดียวกันกับ Galaxy S9+ ซึ่งประกอบด้วยกล้อง Wide Angle ที่สามารถปรับรูรับแสงได้ที่ขนาด f/1.5 กับ f/2.4 กับกล้อง Telephoto ที่มีรูรับแสงขนาด f/2.4 พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ Dual OIS ดังนั้นเรื่องการถ่ายภาพจึงยอดเยี่ยมไม่แพ้ Galaxy S9+ อย่างแน่นอน


พรีวิว Samsung Galaxy Note 9 มีอะไรใหม่ ดีกว่าเดิมแค่ไหน คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

5
ในงาน Global Resource Exhibition

ที่ประเทศฮ่องกงที่ผ่านมา Leagoo แบรนด์จอมก็อปดีไซน์มือถือเรือธง ได้เปิดตัวS10 อย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่า ชื่อของ Leagoo S10 จะดูคล้ายกับ มือถือในตระกูล Galaxy S จาก Samsung แต่ดีไซน์ของ Leagoo S10 นี้ เหมือนกับ Huawei P20 Pro มือถือกล้อง 3 ตัว จาก Leica มากเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่กล้องแต่สเปคก็คล้ายกันเลยทีเดียว

โดย Leagoo S10 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว มีให้เลือก 2 รุ่นก็คือ รุ่น RAM 6 GB l ROM 128 GB กับ รุ่น RAM 8 GB l ROM 256 GB ด้านหลัง มาพร้อมกับกล้องถึง 3 ตัวแบบเดียวกับ Huawei P20 Pro ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล, 16 ล้านพิกเซล และ 8 ล้านพิกเซล ส่วนด้านหน้ามีลักษณะจอแหว่งเล็กน้อย คล้ายกับ Essential Phone ซึ่ง Leagoo S10 รุ่นนี้ ไม่มีปุ่ม Home และไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหน้าแทน กับด้านหลังตัวเครื่อง แต่รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือใต้จอ กับปลดล็อกด้วย Face Unlock แทน จัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนี้ราคายังไม่ถูกเปิดเผย คงต้องรอติดตามกันต่อไป



เปิดตัว LEAGOO S10 มือถือกล้อง 3 ความละเอียด 24MP พร้อม RAM 8 GB และระบบสแกนนิ้วใต้จอ บนบอดี้สี TWILIGHT นี่มัน P20 PRO ชัดๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

6
เยาวราช หรือไชน่าทาวน์เมืองไทย ถือเป็นแหล่งของกินสุดฮิตของวัยรุ่นและคนทำงานที่ชอบซอกแซกหาของกินอร่อย ๆ ยามค่ำคืน ซึ่งร้านอาหารจำนวนมากในย่านนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ทั้งของคาวของหวานเรียกได้ว่าถูกใจและถูกปากยิ่งนัก กระปุกดอทคอมก็ได้ซอกแซกไปเสาะหาของกินในย่านเยาวราชพร้อมแนะนำร้านเด็ด ๆ มาแนะนำกันด้วย จะมีร้านไหนและเมนูอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ตามมาเลยค่ะ

เริ่มกันที่ ร้านลอดช่องสิงคโปร์ สามแยกเจริญกรุง เจ้าเก่าซึ่งอยู่ใกล้กับสามแยกเจริญกรุง ซึ่งความพิเศษของลอดช่องร้านนี้อยู่ที่ความหนึบหนับของตัวลอดช่องบวกกับน้ำกะทิหวานกำลังดี แถมยังมีกลิ่นหอม ๆ ของขนุนอีกด้วย ร้อน ๆ แบบนี้รับรองว่ากินแล้วชื่นใจชัวร์ ซึ่งร้านลอดช่องสิงคโปร์สามแยกเจริญกรุงจะเปิดตั้งแต่เวลา 10.30 น. ไปจนถึงราว ๆ สามทุ่ม และจะปิดทุกวันพฤหัสบดีค่ะ

เมื่อออกจากซอกซอยของร้านลอดช่องสิงคโปร์แล้ว เรามาตั้งต้นกันที่สี่แยกเฉลิมบุรีแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเยาวราช ซึ่งทั้งสองฟากฝั่งก็มีร้านรวงของกินมากมายเลย ซึ่งเราเริ่มจากร้านของกินฝั่งขวามือก่อน เมื่อเดินไปจนสุดแล้วค่อยข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง

เริ่มจากร้านที่อยู่ต้น ๆ ถนนเยาวราช คือ ร้านปาท่องโก๋ เจ้าเด็ดเจ้าดังของย่านนี้ที่มีสูตรเด็ดอยู่ที่แป้งทำปาท่องโก๋บวกกับสังขยาใบเตยหอม ๆ ซึ่งขายเป็นชุด โดยชุดเล็กราคา 40 บาท (ปาท่องโก๋ 5 ตัว + สังขยา) และชุดใหญ่ 60 บาท (ปาท่องโก๋ 10 ตัว + สังขยา)

ถัดมาเป็นร้าน จิตร ลูกชิ้นปลา ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเอง และ ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน

ถัดมาเป็น ร้านกุยช่ายเจ๊ต้อย และ ร้านก๋วยเตี๋ยวหลอด ตั้งอยู่ติด ๆ กัน

เดินต่อมาเรื่อย ๆ จะไปซอยถนนผดุงด้าว อย่าลืมแวะเวียนเข้ามา เพราะซอยนี้ก็มีของกินเพียบเช่นกัน ซึ่งตรงปากซอยทั้งสองฝั่งจะมีร้านอาหารทะเลชื่อว่า T&K ซีฟู๊ด และ เล็ก & รัตน์ ซีฟู๊ด สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารทะเลก็แวะมาเลยค่ะ

ต่อมาเป็นร้านหูฉลาม “ร้านเฮียตือ หูฉลาม เยาวราช” ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าธนาคารกรุงศรีฯ พร้อมอีกสารพัดเมนู ทั้งอาหารตามสั่ง, ปูผัดผงกะหรี่, กุ้งอบวุ้นเส้น ฯลฯ


ตะลุยเยาวราชตอนค่ำ ตระเวนหาร้านอาหารของกิน คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

7
ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทารกในครรภ์ได้ยินเสียงจากการฟังเพลงของมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ นักจิตวิทยากล่าวถึงการฟังเพลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้ทารกอารมณ์ดี เสียงเพลงที่ดังเข้ามาทางแก้วหูมารดา ย่อมเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเป็นจังหวะ ที่ทารกในครรภ์ จะรับรู้ได้อย่างแน่นอน ช่วยกระตุ้นให้เด็กพัฒนาการได้ยินดีขึ้น และเป็นการวางรากฐานในเรื่อง ความพร้อมทางดนตรีด้วย

จากการทดลองได้ผลว่า การเปิดเพลงคลาสสิก โดยเฉพาะเพลงของโมทซาร์ท ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางการได้ยิน ซึ่งเพลงที่นำมาเปิดให้เด็กฟัง ควรเป็นเพลงที่มีจังหวะช้า หรือค่อนข้างช้า และท่วงทำนองที่ไพเราะ ไม่ดังจนเกินไป คลื่นเสียงจากเพลงเหล่านี้ ช่วยทำให้คลื่นสมอง มีการพัฒนาไปในทางที่ดี เร้าให้ส่วนหนึ่งของเซลล์ประสาททำงานได้ดีขึ้น ช่วยสร้างสมาธิ และทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีต่อไป บ่อยครั้งเมื่อทารกในครรภ์ดิ้น แล้วมารดาเปิดเพลงฟัง ทารกก็จะสงบลง เหมือนว่ากำลังตั้งใจฟังเพลงนั้นๆ อยู่ ส่งผลต่อบุคลิกภาพของทารกในครรภ์ เกิดมามีอารมณ์ดี เป็นคนสงบ ไม่ก้าวร้าว ช่วยให้ลูกอารมณ์ดี ผ่อนคลาย และถ้าผู้เป็นมารดาเปิดเพลงไหนฟังบ่อยๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ พอทารกคลอดออกมา แล้วเปิดเพลงนั้นอีก ทารกก็จะสงบลง และผ่อนคลายทันที เพราะรู้สึกเหมือนว่า กำลังอยู่ในครรภ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยทำให้การเลี้ยงทารกแรกเกิดหลังคลอด ทำได้ง่ายขึ้น การได้ฟังเพลงที่คุ้นหู ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จะช่วยทำให้เด็กหยุดร้องโยเยได้ เกิดมาแล้วเลี้ยงง่าย (Easy child)

เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรเด็กมักจะได้ยินเสียงเพลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากเสียงขับกล่อมจากผู้เลี้ยงดู วิทยุ โทรทัศน์ แผ่นเสียง เครื่องบันทึกเสียง หรือเสียงร้องของเด็กเองดังนั้นการสอนดนตรีสำหรับเด็กเล็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากและเป็นหัวใจของของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหลาย เสียงดนตรี หรือเสียงเพลงที่เราฟังกันอยู่ทุกๆ วัน นอกจากจะไพเราะ และทำให้ผู้ใหญ่อย่างพวกเรามีความสุขแล้ว สำหรับเจ้าตัวเล็กวัย 2-8 ขวบ เสียงดนตรียังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กได้เป็นอย่างดี ในทุกๆด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และสติปัญญา ซึ่งคุณค่าของดนตรีมีผลต่อพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

ด้านสติปัญญาทำให้เด็กมีสมาธิ ซึ่งมีอิทธิพลต่อทักษะในด้านการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์และยังส่งเสริมจินตนาการที่สดใส โดย รศ.ดร.ณรุทธ์ สุทธิจิตต์หัวหน้าภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวเอาไว้ว่า “อิทธิพลของเสียงดนตรีที่ดีมีส่วนอย่างยิ่งในการสร้างเสริมและพัฒนาการหลายด้านของเด็ก” เด็กจะมีโอกาสคิดอย่างสร้างสรรค์ผ่านดนตรี เช่น สามารถกำหนดจังหวะหรือแต่งเพลงใหม่ๆของตนเองขึ้นจากการฟังเสียงดนตรี หรือเพลง


เพลงเด็ก : ดนตรีกับการส่งเสริมพัฒนาการในเด็ก คลิ๊กที่นี่ https://www.thaikidssong.com/category/เพลงเด็ก/

8
อัลมอนด์สรรพคุณช่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ของขบเคี้ยวกินเพลิน ๆ แต่ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยเบิร์นไขมันก็ได้ ช่วยดูแลหัวใจก็ดี

ของกินเล่นไม่อ้วนที่หลายคนโปรดปรานอย่างอัลมอนด์ พืชตระกูลถั่วชนิดนี้นอกจากมีความเคี้ยวมัน เคี้ยวเพลินเพราะความอร่อยแล้ว ประโยชน์ของอัลมอนด์ยังดีต่อสุขภาพไม่เบา และวันนี้ได้นำเอาข้อมูลเรื่องสรรพคุณของอัลมอนด์มาเผยให้รู้กันตรงนี้แล้ว

อัลมอนด์ พืชตระกูลถั่วคุณภาพคับแน่น

อัลมอนด์จัดเป็นพืชตระกูลถั่วประเภท Tree nut และจัดเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับพรุน พลัม และพีช รวมไปถึงแอพพริคอท ซึ่งแน่นอนว่าคุณค่าทางสารอาหารของอัลมอนด์ย่อมจะมีมากกว่าพืชตระกูลถั่วที่เป็นพืชคลุมดินทั่วไป

อัลมอนด์เป็นพืชต้นที่พบได้ในแอฟฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งนี้อัลมอนด์มีเมล็ดคล้ายหยดน้ำ และในเมล็ดอัลมอนด์อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและกรดไขมันที่ดี

อัลมอนด์กับคุณค่าทางโภชนาการ

อัลมอนด์อบเกลือปริมาณ​ 100 กรัม ให้คุณค่าทางสารอาหาร ดังนี้

พลังงาน 597 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต 19.3 กรัม

ไขมัน 52.8 กรัม

โปรตีน 22.1 กรัม

วิตามิน A 1.0 IU

วิตามิน E 26 มิลลิกรัม

วิตามิน B6 0.1 มิลลิกรัม

ไทอะมิน 0.1 มิลลิกรัม

ไรโบฟลาวิน 0.9 มิลลิกรัม

ไนอะซิน 3.8 มิลลิกรัม

โฟเลต 33 mcg

กรดแพนโทเธนิก 0.2 มิลลิกรัม

โคลีน 52.1 มิลลิกรัม

ได้รู้สารอาหารของอัลมอนด์กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูสรรพคุณของอัลมอนด์กันเลยดีกว่าค่ะ

อัลมอนด์ ของกินเล่นดีต่อใจ
อัลมอนด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมีสารพัดวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารอัดแน่นอยู่ในเม็ดเล็ก ๆ แถมยังมีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ในร่างกาย เลยมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ รวมทั้งต่อต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ได้นั่นเอง


ประโยชน์ของอัลมอนด์ เคี้ยวเพลินได้สุขภาพ คลิ๊กที่นี่ https://www.healthyhitech.net/topics/health/

9
ในช่วงที่อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงบ่อย หลายคนอาจจะต้องพบเจอกับโรคภัยไข้เจ็บที่แวะทักทายเป็นประจำ ยิ่งถ้าหากสุขภาพของเราไม่แข็งแรงพอ ยิ่งทำให้ส่งผลให้โรคภัยต่างๆ เข้ามารุกรานร่างกายของเราได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และสำหรับโรคที่มาพร้อมกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยมากที่สุดนั่นก็คือ โรคไข้หวัด ดังนั้น การดูแลตัวเองให้มี สุขภาพดี ที่สุดย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้เราทุกคนชนะโรคไข้หวัดที่คอยเข้ามารุกรานร่างกายของเราได้เสมอ การป้องกันโรคไข้หวัดได้ดีที่สุด คือการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแท้จริง ซึ่งวิธีการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไข้หวัด มีดังนี้

10 วิธีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัด

1.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ หมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าโหมงาน ทำงานหนักมากเกินไป

2.พักผ่อนให้เพียงพอ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเรา จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากร่างกายของเราทุกคน ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และในขณะที่เราได้นอนหลับพักผ่อนอยู่นั้น ร่างกายของเราก็จะได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณไม่อยากป่วยเป็นไข้หวัด ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง

3.ล้างมือให้บ่อยครั้ง หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่บ่อย ๆ และล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ การล้างมือ ถือได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ของการป้องกันโรคไข้หวัด เนื่องจากมือของเรามักจะต้องสัมผัสกับสิ่งของ เครื่องมือชนิดต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคแอบแฝงอยู่ และถ้าหากเชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนเรา ก็จะส่งผลทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอ และเป็นโรคไข้หวัดได้ในที่สุด

4.รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง การสวมถุงเท้าอย่างเป็นประจำ จะส่งผลทำให้เราสามารถป้องกันการเป็นโรคไข้หวัดได้ เพราะการสวมถุงเท้าอย่างเป็นประจำ จะเป็นการรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย ให้มีระดับคงที่และมีความอบอุ่นได้อยู่เสมอ

5.ดื่มน้ำสะอาด และดื่มน้ำผักผลไม้สดเป็นประจำ ควรดื่มน้ำสะอาด ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม การดูแลสุขภาพผ่านการดื่มน้ำผักและผลไม้สดอย่างเป็นประจำ จะส่งผลทำให้ร่างกายของเรานั้น ได้รับสารอาหารและแร่ธาตุหลากหลายชนิดจากผลไม้ได้อย่างเต็มเปี่ยม และที่สำคัญร่างกายของเราจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้


สุขภาพดี : วิธีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัด คลิ๊กที่นี่ http://www.xn--22c0b3ah2c9bxas.net/category/healthy/

10
เชื่อว่าปัญหาผิวหน้าที่คุณสาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจและแก้ไม่ตกคงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง เมคอัพปกปิดยังไงก็ไม่เรียบเนียน มิหนำซ้ำรูขุมขนที่กว้างยังทำให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันจนทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่ายอีกด้วย คิดแล้วก็กลุ้มใช่ไหมล่ะคะ ? ซึ่งปัญหารูขุมขนกว้างนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ความเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงหน้ามันก็เป็นอีกสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนกว้างได้เช่นกันค่ะ และหากใครที่กำลังมองหาวิธีทำให้รูขุมขนเล็กลงกันอยู่ละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมี 5 เทคนิคง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ เป็นเคล็ดไม่ลับที่จะช่วยกระชับและปกปิดรูขุมขนใบหน้าให้เล็กลงได้ อีกทั้งยังช่วยปกป้องและดูแลผิวหน้าของคุณสาว ๆ ให้กลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ และขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งได้อีกด้วย

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะ

4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ


รูขุมขนกว้าง วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง เผยผิวหน้าเนียนสวยเป๊ะด้วย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

11
เสริมสวย สุขภาพ / จัดฟัน Invisalign คือ อะไร
« เมื่อ: ธันวาคม 15, 2018, 11:32:08 PM »
จัดฟัน Invisalign คือ การจัดฟันแบบใสไร้เหล็ก เป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันที่มีความใสและสามารถ ถอดออกได้ และออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับคนไข้แต่ละบุคคล เครื่อง มือจัดฟันแบบใส (aligners) นี้สามารถทำให้ฟันของคุณจัดเรียงตัวได้สวยงาม และสามารถทำให้หน้าดูเหมือนปกติ โดยที่ไม่มีใครรู้อีกด้วย ต่างจากการจัดฟันแบบใส่เหล็กทั่วไป โดยเครื่องมือ จัดฟัน Invisalign แต่ละชุดจะค่อยๆจัดเรียงฟันอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การแปรงฟันและการทานอาหาร ของคุณไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

การรักษาเฉลี่ยแล้ว จะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1-2 ปี ซึ่งจะใช้เวลาการรักษาน้อยกว่าการจัดฟันแบบด้านนอกทั่วไป ประมาณ 30 % ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาทางด้านสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละคน ดังนั้นระยะเวลาจึงอาจไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล โดยคุณควรเข้ามาพบแพทย์จัดฟันทุกๆ 6-8 สัปดาห์ เพื่อดูความคืบหน้าของการจัดเรียงฟัน และเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันชุดใหม่ ซึ่งแต่ละชุดจะทำให้ฟันค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่แพทย์จัดฟันกำหนดไว้ ส่วนจำนวนชุดของเครื่องมือจัดฟัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของแต่ละบุคคลโดยมีแพทย์จัดฟันเป็นผู้กำหนด

การจัดฟันใสแบบไม่เห็นวัสดุจัดฟัน Invisalign

การจัดฟันใสแบบไม่เห็นเครื่องมือ เป็นการจัดฟันแบบหนึ่งที่มีความสะดวก รวดเร็ว และผลลัพธ์ที่ดี โดยเริ่มแรกแพทย์จะประเมินการจัดฟันตามลักษณะฟันของแต่ละบุคคล โดยค่ารักษาของแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับจำนวนเซตในการจัดฟันของแต่ล่ะบุคคลไปคะ

อยากจัดฟันแบบใส (Invisalign) ต้องทำอย่างไร

ครั้งที่ 1.
ผู้ที่เข้ารับการรักษาเข้ามาปรึกษาหรือรับคำแนะนำจากทันตแพทย์จัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ (Invisalign) ระดับ Platinum Provider โดยเริ่มจากขั้นตอนแรกการพิมพ์ปาก เอ็กซเรย์ และถ่ายรูป เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผนการรักษา

ครั้งที่ 2.
ทันตแพทย์จัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ จะทำการพิมพ์ปากแบบละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการส่งแบบพิมพ์ฟันของผู้ที่เข้ารับการรักษาไปยัง Invisalign Center ซึ่งหลังจากขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทางทันตแพทย์จัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ จะทำการนัดผู้ที่เข้ามารับการักษามาตรวจเช็คแผนการรักษาในรูปแบบ 3 มิติ (ในโปรแกรม Clincheck) ซึ่งจะแสดงภาพเคลื่อนไหวของฟัน ตั้งแต่ก่อนการรักษาจนถึงขั้นตอนที่เสร็จสิ้นการรักษา หลังจากนั้น หากผู้ที่เข้ารับการรักษายอมรับแผนการรักษาที่ทันตแพทย์จัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ทางทันตแพทย์จัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ จะทำการสั่งผลิตเครื่องมือจัดฟันแบบใสอินวิสไลน์ (Invisalign)แบบเฉพาะของแต่ละบุคคล ซึ่งทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาผลิตและจัดส่งจาก Invisalign Center ในต่างประเทศโดยจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์


จัดฟัน Invisalign คือ อะไร คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/invisalign/

12
ความจริงแล้วบ้านน็อกดาวน์เป็นที่นิยมกันมากในเมืองไทยเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันราคาที่ดินสูงขึ้นมากหลายเท่าตัว ทำให้เทรนด์การสร้างบ้านน็อกดาวน์กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยที่มองหาทางเลือกใหม่ เพราะการสร้างบ้านนั้นมีค่าใช้จ่ายที่บานปลายมากมาย อาทิ ค่าแบบแปลน ค่าช่าง ค่าวัสดุ ฯลฯ

บ้านน็อกดาวน์จึงเป็นเทรนด์ที่กำลังจึงกลับได้รับความนิยม โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ ต้องการบ้านราคาถูก และใช้เวลาสร้างไม่นาน บ้านน็อกดาวน์ หรือเรียกอีกอย่างว่า บ้านสำเร็จรูป (Finished home) มีหลักการสร้างโดยไม่ต้องใช้การตอกเสา แต่จะใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักแทน โดยยึดหลักโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก (Wall Bearing System)

สาเหตุที่บ้านน็อกดาวน์กลับมาเป็นที่นิยมและชื่นชอบของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง เนื่องปัจจุบันราคาที่ดินและบ้านที่สร้างสูงขึ้น ทั้งวัสดุก่อสร้าง ค่ารับเหมาที่แห่กับปรับตัว บ้านแบบน็อกดาวน์จึงเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับคนที่ต้องการบ้านกะทัดรัด ใช้เวลาสร้างไม่นาน และราคาต่อหลังถูกกว่าการสร้างบ้าน ใครมีที่ดินอยู่แล้ว ก็กลายเป็นเรื่องง่ายที่จะตัดสินใจ ปัจจุบันบ้านน็อกดาวน์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้บ้านประเภทนี้มีความทนทาน ไม่แพ้การสร้างบ้านที่ต้องใช้อิฐและปูนเลยนะคะ นอกจากนี้ยังถอดชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อเคลื่อนย้ายตัวบ้านได้อีกด้วย

บ้านน็อกดาวน์มีโครงสร้างเหล็ก ผนังกรุด้วยสมาร์ทบอร์ด พื้นห้อง พื้นห้องน้ำสามารถปูกระเบื้องได้ ตัวบ้านติดตั้งระบบไฟฟ้า ประปา สุขภัณฑ์ ตัวบ้านยกพื้นสูง อาจจะมีระเบียง ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกแบบในราคาที่จับต้องได้ นอกเหนือจากบ้านพักอาศัยแล้ว บ้านน็อกดาวน์เป็นได้ทั้งบ้านพัก ร้านกาแฟ และรีสอร์ท หรือจะนำไปติดตั้งในพื้นที่บ้านหลังเก่าให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพิ่มไอเดียการจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัวมากขึ้น ให้คุณได้ใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีความสุขและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการพบปะสังสรรค์ หรือผ่อนคลายสบายๆ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติโดยรอบ ที่สำคัญอย่าลืมดูคุณภาพของบ้าน และความแข็งแรงด้วยนะคะ เพราะผู้ผลิตบางรายนั้นมีการดัดแปลงเพื่อลดต้นทุนอุปกรณ์บางอย่างให้มีราคาถูกลง แต่คุณภาพก็น้อยลง ควรจะตรวจสอบคุณภาพให้ดีก่อนตัดสินใจค่ะ

สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดในการสร้างบ้าน หากมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้ว บ้านน็อกดาวน์ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดี โดยปกติราคาของบ้านน็อกดาวน์จะมีราคาตั้งแต่ 100,0000 – 500,0000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่ขนาดและรูปแบบของบ้านเป็นหลักค่ะ ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งวัสดุ ขนาดของบ้าน และอื่นๆ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผนวกกับเกิดนวัตกรรมการสร้างบ้านแบบใหม่ จึงทำให้ช่วยต่ออายุของบ้านน็อกดาวน์ออกไปได้อีก 20 ปี เลยทีเดียว


บ้านน็อกดาวน์สีสันของคนรุ่นใหม่ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

13
ฉนวนกันเสียง สำคัญมากสำหรับผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้งานอาคาร โรงงานหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ประสบปัญหาด้านเสียง ทั้งเรื่องเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสียงก้อง และ เสียงสะท้อนภายในอาคาร

เสียงจากการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน และเสียงรบกวนภายในห้องอัดเสียง หรือ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ เป็นต้น ฉนวนกันเสียงที่ดี และได้รับการออกแบบไว้อย่างถูกต้อง จะช่วยลด ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียง ให้หมดไป หรือลดน้อยลงไปจนรู้สึกได้

การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ

หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง ๆ
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้


ฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

14
มีปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น? มีกลิ่นเหม็นจากห้องน้ำ? ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจ? แก้ไขได้ง่ายๆด้วยการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำ กลิ่นหายรวดเร็วทันใจ

ปัญหาห้องน้ำเหม็นหรือห้องน้ำมีกลิ่นแรงอาจมาจากจุดใดจุดหนึ่งหรือหลายๆจุดรวมกัน แต่ที่แน่ๆกลิ่นเน่าเหม็นเหล่านั้นมาจากของเสียที่อยู่ในห้องน้ำหรือกลุ่มก๊าซไข่เน่าที่ลอยขึ้นมาจากบ่อเกรอะหรือบ่อรับน้ำเสีย หรืออาจเกิดจากของเสียที่เกาะอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว กลิ่นจะค่อนข้างแรง ในบางรายที่มีปัญหาเช่นนี้ถึงขนาดลงทุนทุบห้องน้ำทำใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นเหม็นเหล่านี้หายไป เหตุเพราะแก้ไขไม่ตรงจุดและตรงประเด็น

ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นแก้ไขอย่างไร?

การแก้ไขปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ต้องแก้ไขด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อของเสียเกิดขึ้นต้องเติมจุลินทรีย์เพื่อทำการย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้นให้สมบูรณ์ กลิ่นเน่าเหม็นก็จะหายไป กลิ่นเน่าเหม็นที่เกิดขึ้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาที่ไม่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น วิธีแก้ไขจึงต้องเพิ่มปริมาณเติมจุลินทรีย์ลงไปในระบบหรือจุดที่มีปัญหา

วิธีดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ/ วิธีดับกลิ่นส้วมเหม็น ด้วยจุลินทรีย์

จุลินทรีย์ ถูกออกแบบมาเพื่อดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ห้องส้วม กลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำ และบำบัดน้ำเสีย สำหรับวิธีการใช้จุลินทรีย์ ดับกลิ่นห้องน้ำ ให้ใช้ตามคำแนะนำที่ให้กับลูกค้าทุกครั้ง

กลิ่นเหม็นในห้องน้ำมาจากจุดใด? เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้

1. ท่อน้ำทิ้ง( ท่อเดรน)หรือท่อระบายน้ำในห้องน้ำ ( จุดใหญ่ )

2. โถส้วมหรือชักโครก

3. โถปัสสาวะในห้องน้ำ ( ถ้ามี )

4. พื้นห้องน้ำสกปรก

5. อ่างล้างมือ


กำจัดกลิ่น ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ส้วมเต็ม ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจ? คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

15
เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

2.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง

นอกจากนี้ยังมีโซนห้องคาราโอเกะ ที่เพียบโซนชิลเอาท์ โอเพ่นแอร์ในสไตล์เรสเทอรองท์ที่มีเมนูอาหารจานเด็ดทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป และการแสดงจากวงดนตรีโฟล์คซองที่จะมาเคิมเต็มความสุขให้คุณในทุกๆ คืน

ที่ตั้ง : ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.

3.The Pimp

The PIMP คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่พร้อมจะกระชากใจในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา พร้อมเวทีขนาดยักษ์และวงดนตรีระดับเทพที่จะมาบรรเลงเพลงดนตรีเพราะๆ และดื่มด่ำไปกับลีลาการเต้นสุดเร้าใจจากโคโยตี้สาวสวยที่พร้อมจะสะกดให้คุณหลงใหลและสนุกไปด้วยกัน หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังหาสถานที่เช็คอินคืนนี้ต้องไปที่ The PIMP

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.


พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันยามค่ำคืน คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

หน้า: [1] 2 3 ... 29