ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับร้านค้าของท่าน  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 11, 2018, 05:18:05 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2953
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน ธุรกิจขนาดย่อม หลายบริษัทต่างสรรหาวิธีการที่จะสร้างศักยภาพในการทำงานและประหยัดต้นทุนให้น้อยลงที่สุด เพื่อให้สามารถต่อสู้และรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายซบเซาเช่นในเวลานี้ การปรับเปลี่ยนมาใช้  software โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แม้กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายตัวแทน จะเลือกซื้อเจ้าไหนจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอแนะนำข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวให้ท่านเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับกิจการของคุณ ดังต่อไปนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
บริษัทของท่านอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายปลีก กลุ่มผู้ผลิต หรือกิจการทางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการทำบัญชีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้โปรแกรมเมอร์ จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละชนิดธุรกิจ ทั้งนี้ทั้งนั้น โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับอุตสาหกรรมหลายๆ ชนิดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานลงตัวกับร้านค้าคุณ หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางแบบ เช่น บริษัทปลูกสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณจะดีกว่า
2.ขนาด กิจการ
รายละเอียดปลีกย่อยของการบันทึกบัญชีจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ บริษัท ท่านเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ บริษัทที่มียอดจำหน่าย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับดาต้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นควร ตัดสินใจเลือกให้เหมาะสมกับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ ซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรตั้งคำถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่บริษัทคุณต้องการ ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณสมบัติ หรือฟังก์ชั่นที่อยากได้เป็นหัวข้อเสียก่อน บางบริษัทอาจจะต้องการการใช้งานที่ง่ายๆ มีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน ขณะที่กิจการอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และลงตัวกับร้านค้าคุณ อย่าจ่ายเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
เวลาที่คุณมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถซับพอร์ท ขจัดปัญหาได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้คำแนะนำคุณหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ research จาก internet หรือสืบถามร้านค้าที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นประเด็นประเด็นหลักที่มีผลต่อการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบ Function การใช้พิเศษ คุณต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าขั้นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งาน Function โมดูลต่าง เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อไถ่ถามกับตัวแทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นการดีก่อนที่จะเสียเงินซื้อจริง
ท้ายสุดแล้วควรซักถามร้านค้าอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรซักถามเรื่องปัญหาการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของตัวแทนจำหน่ายดีหรือไม่ ยิ่งไปกว่านี้หากเป็นไปได้ควรเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ไม่มีปัญหามาก

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/07/blog-post_5.html

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี