ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับร้านค้าของคุณ  (อ่าน 142 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 30, 2018, 11:10:10 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3247
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน SME หลายบริษัทต่างค้นหาวิธีที่จะสร้างความสามารถในการทำงานและประหยัดต้นทุนให้น้อยลงที่สุด เพื่อสามารถขับเคี่ยวและรอดตายในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างในตอนนี้ การปรับเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายตัวแทน จะตัดสินใจเลือกเจ้าไหนจึงจะคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้แนะข้อควรตระหนักเพื่อเป็นแนวให้ท่านซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับร้านค้าของท่าน ดังต่อไปนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
กิจการของท่านอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายย่อย กลุ่มผู้ผลิต หรือกิจการให้บริการ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันโปรแกรมเมอร์ จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ชนิดเหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเข้ารูปกับร้านค้าท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางประเภท เช่น กิจการปลูกสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างเขียนดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดปลีกย่อยของการทำบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ บริษัท ท่านเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ร้านค้าที่มียอดขาย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ ดังนั้นควร เลือกให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่กิจการคุณต้องการ ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณสมบัติ หรือฟังก์ชั่นที่อยากได้เป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางบริษัทอาจจะต้องการการใช้งานที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างปรับเปลี่ยนใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเหมาะสมกับบริษัทท่าน อย่าเสียเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การบริการ
เวลาที่คุณมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัท software สามารถซับพอร์ท แก้ไขได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้คำแนะนำคุณหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ research จากอินเตอร์เน็ต หรือสืบถามร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ ซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีสนนราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ออกแบบ Function การใช้พิเศษ ท่านต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะดีมากถ้าคุณสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะสามารถเห็นแง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความง่ายดายในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งานฟังก์ชันโมดูลต่าง เหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อไถ่ถามกับผู้แทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นการดีก่อนที่จะเสียเงินซื้อจริง
ในที่สุดแล้วควรสอบถามบริษัทอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรไถ่ถามเกี่ยวกับปัญหาการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของบริษัทซอฟแวร์ดีหรือไม่ ยิ่งไปกว่านี้สิ่งสำคัญควรเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://thanatongjin.edublogs.org/2015/07/03/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa/

Tags : โปรแกรมบัญชี